Gold Around
ข่าวสาร บทวิเคราะห์ ราคาทองคำ

ตลาดทองคำ.. จะทะยานไกลแค่ไหน หลัง FED ชะลอขึ้นดอกเบี้ย  

- Advertisement -

600

- Advertisement -

ภายหลังจากที่ นาย เจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ได้กล่าวปาฐกถาว่าด้วยนโยบายการเงินและการคลังที่สถาบันบรู้กกิงส์ เมื่อช่วงเช้ามืดวันพฤหัส (1 ธ.ค.) ตามเวลาในประเทศไทย

โดยระบุชัดเจนว่า ช่วงเวลาที่จะเริ่มชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนั้น อย่างเร็วที่สุดน่าจะเป็นช่วงการประชุมเดือน ธ.ค. พร้อมยืนยันว่า “การ Soft landing ยังมีความเป็นได้ ทั้งนี้ เฟดจะไม่พยายามทำให้เศรษฐกิจพังแล้วค่อยแก้ไขในภายหลัง แต่ระบุว่า การลดอัตราดอกเบี้ยไม่ใช่สิ่งที่จะทำในเร็ว ๆ นี้”

คุณฐิภา นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บจ. วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส (YLG) กล่าวว่า

จะเห็นได้ว่า ถ้อยแถลงของ นาย พาวเวลล์ฯ นั้นเป็นไปในเชิง Hawkish น้อยกว่า ที่ตลาดประเมินไว้ และเป็นการส่งสัญญาณ อย่างชัดเจนว่า เฟดเตรียมชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมนโยบายการเงินวันที่ 13-14 ธ.ค.นี้ 

ทำให้นักลงทุนมีการ ปรับเพิ่มการคาดการณ์เกี่ยวกับการขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพียง 50 bps ในเดือน ธ.ค. พร้อมลดโอกาสที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 75 bps ในเดือน ธ.ค. และ มีการปรับลดการคาดการณ์เกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ยสูงสุด (terminal rate) ของวงจรการขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งนี้ 

- Advertisement -

สะท้อนจาก FedWatch Tool ของ CME Group  ในวันที่ 1 ธ.ค. บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 80% ที่เฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ย 50 bps และนักลงทุนให้น้ำหนักเพียง 20.6% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 75 bps ในการประชุม เดือน ธ.ค. ลดลงเมื่อเทียบกับช่วงก่อนที่นายพาวเวลฯ ส่งสัญญาณชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ในงานที่สถาบันบรู้กกิงส์

นอกจากนี้ นักลงทุนยัง ลดการคาดการณ์เกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ยสูงสุด (Terminal Rate) ในรอบวงจรการขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งนี้ลง เหลือ 4.75-5.00% จากระดับ 5.00-5.25% ในช่วงก่อนหน้า

ทองคำพุ่งแรงแตะ 1,803 ดอลลาร์ และแนวโน้มยังสดใส

หลังจากสิ้นสุดถ้อยแถลงของ ปธ.เฟด ทำให้  ดัชนีดอลลาร์ปรับตัวลดลงเกือบ 1% ในวันพุธ โดยแตะระดับต่ำสุดที่ 105.69 พร้อมปิดร่วงลง 5.2% ในเดือน พ.ย. ซึ่งเป็นเดือนที่แย่ที่สุดนับตั้งแต่ ก.ย. 2010 ส่วนอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ปรับตัวลง 6.1 bps สู่ระดับ 3.64% ในวันพุธ พร้อมปิดเดือน พ.ย. ด้วยการร่วงลง 11.5 bps ซึ่งถือว่ามากสุด นับตั้งแต่เดือน ก.ค.

- Advertisement -

สถานการณ์ดังกล่าว อยู่เบื้องหลังการปรับตัวขึ้นของราคาทองคำ จนทำระดับสูงสุดในรอบ 3 เดือนครึ่ง ที่ระดับ 1,803.78 ดอลลาร์

ในแง่ของปัจจัยทางเทคนิค ในระยะสั้น มีความเป็นบวกมากขึ้น เนื่องจากราคาทองคำทะลุ Downtrend เส้นสีแดงบริเวณ 1,680 ดอลลาร์ และมีการยกระดับต่ำสุดขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง และราคาทะลุขึ้นมาเคลื่อนไหวเหนือเส้นค่าเฉลี่ยระยะสั้น และกลางที่ 10, 21, 50 และ 100 วัน 

นอกจากนั้น ในช่วงที่ผ่านมา ราคาผ่าน 1,735  ดอลลาร์ ทำให้ราคาเริ่มทำ Higher High ในระดับ Monthly (ระดับสูงสุดใน เดือน ก.ย. และ ต.ค.) และล่าสุดปิดระดับในเดือน พ.ย. ด้วยการปรับตัวขึ้น 133.97 ดอลลาร์ หรือ +8.2% หลังจากปิดตลาดในแดนลบติดต่อกัน  7 เดือน ในช่วงเดือน เม.ย.-ต.ค. ที่ผ่านมา

อย่างไรก็ดี ราคาทองคำเริ่มเข้าสู่สภาวะซื้อมากเกินไป (Overbought) ในหลาย TF และยังเคลื่อนไหวต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ยระยะ 200 วัน ทำให้ต้องระวังแรงขายทำกำไรที่อาจกดดันให้ทองคำเกิดการพักตัวเพื่อสะสมกำลังอีกครั้ง

ทำให้ในระยะสั้นและในระยะกลาง  ราคาจะมีแนวต้านแรกที่ 1,795-1,807 ดอลลาร์ (ระดับสูงสุดในเดือน ส.ค. และเส้นค่าเฉลี่ย 200 วัน) โดยมีต้านถัดไปที่ 1,879  ดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดของเดือน มิ.ย.

หากราคาอ่อนตัวลง ประเมินกรอบแนวรับแรก 1,700-1,660 ดอลลาร์ Demand Zone และเป็นเส้นค่าเฉลี่ย 50 วัน โดยมีแนวรับสำคัญบริเวณ 1,616-1,614 ดอลลาร์ ซึ่งถือเป็น Bottom ที่ทองคำลงไปทดสอบถึง 3 ครั้ง (Triple Bottom) แล้วไม่ทำ Lower Low และเป็นระดับต่ำสุดของปีนี้ 

หากยืน 1,616-1,614 ดอลลาร์ ได้ จะรักษามุมมองเชิงบวกไว้ได้ แต่หากยืนไม่ได้ มุมมองเชิงลบจะยิ่งมากขึ้น โดยราคามีโอกาสอ่อนตัวลงต่อทดสอบกรอบราคาด้านล่าง บริเวณแนวรับโซน 1,566 ดอลลาร์ (ระดับต่ำสุดเดือน เม.ย. 2020)

ราคาทองคำจะปิดปีเหนือ 1,800 ดอลลาร์ ได้หรือไม่..?

หากมองในเชิงเทคนิค ก็มีโอกาสเป็นไปได้ เพราะหลังจากราคาลงไปทดสอบบริเวณ 1,616-1,614 ดอลลาร์ ซึ่งถือเป็น Bottom ที่ทองคำลงไปทดสอบถึง 3 ครั้ง (Triple Bottom) แล้วไม่ทำ Lower Low และเป็นระดับต่ำสุดของปีนี้ ก่อนที่จะทะลุ 1,729 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นการ Confirm เบื้องต้นของการทำ Triple Bottom

อย่างไรก็ดี  YLG มองว่า ปัจจัยที่จะชี้ชะตาการเคลื่อนไหวของราคาทองคำในช่วงสิ้นปีนี้และปีหน้า ไม่ได้ขึ้นอยู่กับปัจจัยเทคนิคอย่างเดียว และขึ้นอยู่กับผลการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในวันที่ 13-14 ธ.ค.นี้ เป็นสำคัญ

ทั้งนี้ เฟดจะจัดการประชุมนโยบายการเงินนัดสุดท้ายของปี ในวันที่ 13-14 ธ.ค. โดยจะทราบผลการประชุมในช่วงกลางดึกของคืนวันพุธข้ามมาวันพฤหัสบดี หรือเวลา 02.00 น. ของวันพฤหัสบดี ตามเวลาไทย

หากเฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 50 bps จะถือว่าสอดคล้องกับการคาดการณ์ส่วนใหญ่ของตลาด อาจส่งผลให้เกิดแรง Buy the Fact หลังจากราคาทองคำถูก Sell the Rumor อย่างหนักในช่วงที่ผ่านมา ตลาดมีการ Price in การคาดการณ์ดังกล่าวไปพอสมควรแล้ว 

กลับกัน  หากเฟดขึ้นดอกเบี้ย 75 bps จะถือว่า Hawkish มากกว่าการคาดการณ์ของตลาดส่วนใหญ่ จะเป็นปัจจัยหนุนดอลลาร์และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรและกดดันราคาทองคำอย่างมาก 

นอกจากเรื่องของมติอัตราดอกเบี้ยแล้ว  แนะนำนักลงทุนติดตามประเด็นอื่น ๆ ได้แก่…

Summary of Economic Projections : ซึ่งจะเป็นคาดการณ์ GDP, อัตราการว่างงาน และอัตราเงินเฟ้อ ทำให้เห็นภาพรวมมุมมองต่อเศรษฐกิจในสายตาของเฟด ในปัจจุบันและระยะ 1-2 ปี ข้างหน้า

Dot Plot : ซึ่งจะเป็นการคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยของเจ้าหน้าที่เฟดแต่ละคน และค่ากลางของการคาดการณ์ดังกล่าวจะสะท้อนเส้นทางการ ขึ้น หรือ ลด อัตราดอกเบี้ย ของเฟดในปีข้างหน้า รวมถึง Terminal Rate

แถลงการณ์ของ นาย เจอโรม พาวเวลล์ ประธานเฟด : ที่จะทำให้ตลาดเห็นความชัดเจนเกี่ยวกับเส้นทางการคุมเข้มนโยบายการเงินของเฟดในอนาคต และจะเป็นปัจจัยหลักที่จะส่งผลต่อการเคลื่อนไหวของราคาทองคำ

หากเฟดส่งสัญญาณในเชิง Hawkish มากกว่า ที่ตลาดคาดการณ์ไว้  อาทิ เฟดขึ้นดอกเบี้ย 75 bps หรือ Dot Plot บ่งชี้ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยมากกว่าที่ตลาดคาดการณ์ จะเป็นปัจจัยหนุนสกุลเงินดอลลาร์ให้แข็งค่า ซึ่งจะส่งผลเชิงลบต่อราคาทองคำ ซึ่งจะลดโอกาสที่ราคาจะทองคำจะปิดปี เหนือ 1,800 ดอลลาร์ ต่อออนซ์ 

คุณ ฐิภา นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บจ.วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส (YLG) กล่าวเพิ่มเติมว่า

หากผลการประชุมเฟดเป็นไปตามคาด หรือ Hawkish น้อยกว่า ที่ตลาดคาดการณ์ไว้ อาทิ เฟดขึ้นดอกเบี้ยเพียง 75 bps ตามคาด พร้อมกับส่งสัญญาณชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีหน้า หรือ Dot Plot บ่งชี้ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย น้อยกว่าที่ตลาดคาดการณ์ รวมถึงเริ่มแสดงความกังวลเกี่ยวกับเศรษฐกิจมากกว่าภาวะเงินเฟ้อ จะเป็นปัจจัยที่ทำให้ทองคำมีโอกาสปิดปี เหนือบริเวณ 1,800 ดอลลาร์ ได้อย่างแน่นอน

ขอขอบคุณ บจ.วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส (YLG)

- Advertisement -

Comments are closed.

This website uses cookies to improve your experience. We'll assume you're ok with this, but you can opt-out if you wish. Accept Read More