Gold Around
ข่าวสาร บทวิเคราะห์ ราคาทองคำ

บทวิเคราะห์ราคาทองคำ 7 พ.ย.65 by YLG

424

- Advertisement -

คำแนะนำ       เปิดสถานะซื้อ $1,666-1,649

จุดทำกำไร    ขายเพื่อทำกำไร $1,717-1,698

ตัดขาดทุน     ตัดขาดทุนสถานะซื้อหากหลุด $1,649

แนวรับ : 1,666 1,649 1,632  แนวต้าน : 1,696 1,717 1,735

สรุป

ราคาทองคำวันศุกร์ที่ผ่านมาปิดทะยานขึ้น 50.70 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ทั้งนี้ การทะยานขึ้นของราคาทองคำได้รับแรงหนุนจาก 2 ปัจจัย ได้แก่

(1.) เกิดการแสข่าวว่าจีนเตรียมผ่อนคลาย Covid-Zero policy หลังสำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า จีนเตรียมยกเลิกระบบ “เซอร์กิต เบรกเกอร์” (Circuit Breaker) ที่จะระงับเที่ยวบินระหว่างประเทศซึ่งมีการตรวจพบผู้โดยสารติดเชื้อ COVID-19 จำนวนมากที่สุดเข้าสู่จีน สถานการณ์ดังกล่าวหนุนเงินหยวนให้แข็งค่า ขณะที่ที่สินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลกทะยานขึ้น จนกดดันดัชนีดอลลาร์ให้เริ่มอ่อนค่าลง

(2.) ตัวเลขในตลาดแรงงานสหรัฐบ่งชี้การชะลอตัวลง แม้ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรจะเพิ่มขึ้นมากกว่าในเดือนต.ค. แต่ก็ชะลอตัวจากเดือนก.ย. ขณะที่อัตราว่างงานเพิ่มขึ้นเกินคาดสู่ระดับ 3.7% ส่วนค่าจ้างในเดือนต.ค.ก็เพิ่มขึ้นในอัตราที่ชะลอตัวลงจากเดือนก่อนหน้าเช่นกัน บ่งชี้การชะลอตัวในตลาดแรงงานซึ่งกระตุ้นการคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด)มีแนวโน้มจะชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนธ.ค.

(3.) เจ้าหน้าที่เฟดประสานเสียงส่งสัญญาณชะลอขึ้นดอกเบี้ยในอนาคต อาทิ นายชาร์ลส์ อีแวนส์ ประธานเฟดชิคาโก, นายทอม บาร์คิน ประธานเฟดริชมอนด์ และนางซูซาน คอลลินส์ ประธานเฟดบอสตัน ต่างออกมากล่าวสอดคล้องกันว่า เฟดพร้อมที่จะดำเนินการอย่างระมัดระวังมากขึ้นcและเตรียมพิจารณาชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งหน้า ซึ่งการคาดการณ์ดังกล่าวอยู่เบื้องหลังการร่วงลง 1.9% ของดัชนีดอลลาร์ซึ่งถือเป็นการร่วงลงในวันเดียวที่มากที่สุดนับตั้งแต่พ.ย. 2015 จนเป็นปัจจัยหลักที่หนุนให้ราคาทองคำพุ่งขึ้นกว่า 3% จนแตะระดับสูงสุดในรอบ 3 สัปดาห์ที่ 1,681.91 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ด้านกองทุน SPDR ถือครองทองคำลดลง -4.63 ตัน สำหรับวันนี้ไม่มีการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐ แต่แนะนำติดตามถ้อยแถลงของประธานเฟดคลีฟแลนด์ และประธานเฟดบอสตัน

ข่าวสารประกอบการลงทุน

  • (+) ดอลล์อ่อนยวบ ข้อมูลจ้างงานหนุนเฟดผ่อนคันเร่งขึ้นดบ.  ดอลลาร์สหรัฐร่วงลงอย่างรุนแรงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันศุกร์ (4 พ.ย.) หลังการเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานของสหรัฐ ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่าจะเป็นปัจจัยหนุนให้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพียง 0.50% ในการประชุมเดือนธ.ค.  ทั้งนี้ ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ร่วงลง 1.81% แตะที่ระดับ 110.8770  ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าเมื่อเทียบกับเงินเยนที่ระดับ 146.82 เยน จากระดับ 148.24 เยน, อ่อนค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิสที่ระดับ 0.9944 ฟรังก์ จากระดับ 1.0124 ฟรังก์, อ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดาที่ระดับ 1.3478 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3725 ดอลลาร์แคนาดา และอ่อนค่าเมื่อเทียบกับโครนาสวีเดนที่ระดับ  10.9077 โครนา จากระดับ  11.1775 โครนา  ส่วนยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐที่ระดับ 0.9951 ดอลลาร์ จากระดับ 0.9755 ดอลลาร์ และเงินปอนด์แข็งค่าแตะที่ระดับ 1.1368 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1165 ดอลลาร์
  • (-) จีนย้ำชัดยังยึดมั่นนโยบายซีโร่โควิด ดับความหวังเตรียมเปิดประเทศ  เจ้าหน้าที่ด้านสาธารณสุขของจีนเปิดเผยว่า จีนจะยังคงยึดมั่นอย่างแน่วแน่ต่อการควบคุมโรคโควิด-19 ในปัจจุบัน ขณะที่จีนเผชิญกับการแพร่ระบาดที่รุนแรงมากขึ้น ซึ่งทำลายความหวังที่ว่า จีนจะผ่อนคลายนโยบายที่เข้มงวดที่สุดซึ่งทำให้เมืองและโรงงานต่าง ๆ เผชิญกับการล็อกดาวน์อย่างยืดเยื้อ  นายหู เซียง เจ้าหน้าที่ของสำนักงานป้องกันและควบคุมโรคของคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (NHC) เปิดเผยในวันนี้ (5 พ.ย.) ว่า “การปฏิบัติก่อนหน้านี้ได้พิสูจน์แล้วว่า แผนการป้องกันและควบคุมของเรา รวมถึงมาตรการเชิงกลยุทธ์ต่าง ๆ นั้นถูกต้องโดยสมบูรณ์ อีกทั้งนโยบายต่าง ๆ ยังคุ้มค่าและมีประสิทธิภาพมากที่สุด”
  • (-) ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์ก: ดาวโจนส์ปิดพุ่ง 401.97 จุด หลายปัจจัยบวกหนุนตลาด  ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นในวันศุกร์ (4 พ.ย.) ขานรับการเปิดเผยรายงานการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐ, ความเห็นของเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เกี่ยวกับแนวโน้มอัตราดอกเบี้ย รวมถึงกระแสข่าวเกี่ยวกับการเปิดประเทศของจีน  ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 32,403.22 จุด เพิ่มขึ้น 401.97 จุด หรือ +1.26%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,770.55 จุด เพิ่มขึ้น 50.66 จุด หรือ +1.36% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 10,475.26 จุด เพิ่มขึ้น 132.31 จุด หรือ +1.28%
  • (+/-) สหรัฐเผยจ้างงานนอกภาคเกษตร +261,000 เดือนต.ค. สูงกว่าคาดการณ์ กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรพุ่งขึ้น 261,000 ตำแหน่งในเดือนต.ค. สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 200,000 ตำแหน่ง ส่วนอัตราการว่างงานเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 3.7% จากระดับ 3.5% ในเดือนก.ย.   กระทรวงแรงงานสหรัฐยังได้ปรับตัวเลขการจ้างงานในเดือนก.ย. โดยปรับเป็นเพิ่มขึ้น 315,000 ตำแหน่ง จากเดิมรายงานว่าเพิ่มขึ้น 263,000 ตำแหน่ง และปรับตัวเลขการจ้างงานในเดือนส.ค. โดยปรับเป็นเพิ่มขึ้น 292,000 ตำแหน่ง จากเดิมรายงานว่าเพิ่มขึ้น 315,000 ตำแหน่ง   กระทรวงแรงงานสหรัฐระบุว่าภาคเอกชนมีการจ้างงานเพิ่มขึ้น 233,000 ตำแหน่ง ขณะที่ภาครัฐจ้างงานเพิ่มขึ้น 28,000 ตำแหน่ง ขณะเดียวกัน ตัวเลขค่าจ้างรายชั่วโมงโดยเฉลี่ยของแรงงาน ดีดตัวขึ้น 0.4% เมื่อเทียบรายเดือน และเพิ่มขึ้น 4.7% เมื่อเทียบรายปี

ขอขอบคุณ  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

- Advertisement -

Comments are closed.

This website uses cookies to improve your experience. We'll assume you're ok with this, but you can opt-out if you wish. Accept Read More