Gold Around
ข่าวสาร บทวิเคราะห์ ราคาทองคำ

บทวิเคราะห์ราคาทองคำ 2 พ.ย.65 by YLG

285

- Advertisement -

คำแนะนำ       เปิดสถานะขาย $1,659-1,674

จุดทำกำไร    ซื้อเพื่อทำกำไร $1,620-1,614

ตัดขาดทุน     ตัดขาดทุนสถานะขายหากหลุด $1,674

แนวรับ : 1,614 1,600 1,584  แนวต้าน : 1,659 1,674 1,691

สรุป

ราคาทองคำวานนี้ปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 13.02 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ท่ามกลางการซื้อขายที่ผันผวน ทั้งนี้ราคาทองคำอ่อนตัวลงก่อนในช่วงเช้าของตลาดเอเชีย โดยปรับตัวลดลงทดสอบระดับต่ำสุดในรอบ 1 สัปดาห์บริเวณ 1,630.40 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ก่อนที่จะเริ่มมีแรงซื้อ Buy the dip เข้ามาหนุน ขณะที่ดัชนีดอลลาร์อ่อนค่าลงจากระดับสูงสุดในรอบ 1 สัปดาห์

ส่วนอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีปรับตัวลดลงต่ำกว่า 4% จากการคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) จะมีมติปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 75 bps ในการประชุมที่กำลังจะเสร็จสิ้นลงในคืนนี้ พร้อมกับจะส่งสัญญาณว่าจะ “ชะลอ” การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมถัดๆไป เพื่อประเมินผลกระทบของการขึ้นดอกเบี้ยที่เกิดต่อเศรษฐกิจ สถานการณ์ดังกล่าวหนุนทองคำให้ทะยานขึ้นทดสอบระดับสูงสุดบริเวณ 1,656.86 ดอลลาร์ต่อออนซ์

อย่างไรก็ดี นักลงทุนบางส่วนขายทำกำไรในทองคำ ประกอบกับสหรัฐเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจที่ออกมา “ดีเกินคาด” ไม่ว่าจะเป็นดัชนี PMI ภาคการผลิตจาก ISM ที่ “ปรับตัวลงน้อยกว่าคาด” และตัวเลขเปิดรับสมัครงานเพิ่มขึ้นสวนทางการคาดการณ์ของคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่คาดกว่าจะลดลง ซึ่งตัวเลขเศรษฐกิจที่ยังคงแข็งแกร่งบั่นทอนการคาดการณ์ที่ว่าเฟดจะส่งสัญญาณชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในอนาคต จนเป็นปัจจัยที่กลับมาหนุนให้ดัชนีดอลลาร์และบอนยีลด์ 10 ปีฟื้นตัวซึ่งส่งผลกดดันให้ราคาทองคำลดช่วงบวก

ด้านกองทุน SPDR ถือครองทองคำลดลง -1.45 ตัน สำหรับวันนี้ติดตามการเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานภาคเอกชนจาก ADP พร้อมจับตามติการประชุมเฟดในเวลาตี 1 ของคืนวันนี้ คาดเฟด “ขึ้น” ดอกเบี้ย 75 bps รวมไปถึงติดตามถ้อยแถลงของประธานเฟดในเวลาตี 1 ครึ่งว่าจะส่งสัญญาณ “ชะลอ” การขึ้นดอกเบี้ยในอนาคต(เป็นบวกทอง) หรือ จะยังคงส่งสัญญาณเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ย “อย่างแข็งกร้าว” ต่อไป (เป็นลบทอง)

ข่าวสารประกอบการลงทุน

  • (+) ดอลล์อ่อนค่า นักลงทุนจับตาผลประชุมเฟด ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันอังคาร (1 พ.ย.) ก่อนที่นักลงทุนจะรู้ผลการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในวันนี้ตามเวลาสหรัฐ ทั้งนี้ ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลดลง 0.04% แตะที่ระดับ 111.4800   ยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 0.9888 ดอลลาร์ จากระดับ 0.9887 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์แข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 1.1479 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1470 ดอลลาร์   ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 148.18 เยน จากระดับ 148.62 เยน และอ่อนค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9997 ฟรังก์ จากระดับ 1.0016 ฟรังก์ นอกจากนี้ ดอลลาร์สหรัฐยังอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3616 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3627 ดอลลาร์แคนาดา และอ่อนค่าเมื่อเทียบกับโครนาสวีดเดน ที่ระดับ 11.0160 โครนา จากระดับ 11.0451 โครนา
  • (+) ดาวโจนส์ปิดลบ 79.75 จุด กังวลข้อมูลแรงงานแกร่งหนุนเฟดขึ้นดบ. ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบในวันอังคาร (1 พ.ย.) หลังสหรัฐเปิดเผยตัวเลขเปิดรับสมัครงานเพิ่มขึ้นในเดือนก.ย. ซึ่งบ่งชี้ว่าตลาดแรงงานสหรัฐยังคงแข็งแกร่ง และอาจทำให้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ยังคงเร่งการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 32,653.20 จุด ลดลง 79.75 จุด หรือ -0.24%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,856.10 จุด ลดลง 15.88 จุด หรือ -0.41% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 10,890.85 จุด ลดลง 97.30 จุด หรือ -0.89%
  • (-) สหรัฐเผยการใช้จ่ายด้านการก่อสร้างเพิ่มขึ้น 0.2% ในเดือนก.ย. กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า การใช้จ่ายด้านการก่อสร้างเพิ่มขึ้น 0.2% ในเดือนก.ย. เมื่อเทียบรายเดือน สวนทางนักวิเคราะห์ที่คาดว่าลดลง 0.5% หลังจากลดลง 0.6% ในเดือนส.ค.
  • (-) สหรัฐเผยตัวเลขเปิดรับสมัครงานเพิ่มขึ้นในเดือนก.ย. สวนทางคาดการณ์ สำนักงานสถิติของกระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยผลสำรวจการเปิดรับสมัครงานและอัตราการหมุนเวียนของแรงงาน (JOLTS) พบว่า ตัวเลขการเปิดรับสมัครงาน ซึ่งเป็นมาตรวัดอุปสงค์ในตลาดแรงงาน เพิ่มขึ้น 437,000 ตำแหน่ง สู่ระดับ 10.7 ล้านตำแหน่งในเดือนก.ย. สวนทางนักวิเคราะห์ที่คาดว่าลดลงสู่ระดับ 9.85 ล้านตำแหน่ง
  • (-) ดัชนี PMI ภาคการผลิตสหรัฐปรับตัวลงในเดือนต.ค. เอสแอนด์พี โกลบอลเปิดเผยว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตขั้นสุดท้ายของสหรัฐ ปรับตัวลงสู่ระดับ 50.4 ในเดือนต.ค. จากระดับ 52.0 ในเดือนก.ย. แต่สูงกว่าตัวเลขเบื้องต้นที่ระดับ 49.9
  • (-) ISM เผยดัชนีภาคการผลิตสหรัฐต่ำสุดรอบกว่า 2 ปีในเดือนต.ค. สถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) เปิดเผยว่า ดัชนีภาคการผลิตของสหรัฐปรับตัวลงสู่ระดับ 50.2 ในเดือนต.ค. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบกว่า 2 ปี หรือนับตั้งแต่เดือนพ.ค.2563 แต่สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 50.0 จากระดับ 50.9 ในเดือนก.ย.

ขอขอบคุณ  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

- Advertisement -

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.

This website uses cookies to improve your experience. We'll assume you're ok with this, but you can opt-out if you wish. Accept Read More