Gold Around
ข่าวสาร บทวิเคราะห์ ราคาทองคำ

บทวิเคราะห์ราคาทองคำ 25 ต.ค.65 by YLG

390

- Advertisement -

คำแนะนำ       เปิดสถานะซื้อ $1,644-1,638

จุดทำกำไร    ขายเพื่อทำกำไร $1,669-1,684

ตัดขาดทุน     ตัดขาดทุนสถานะซื้อหากหลุด $1,617

แนวรับ : 1,638 1,617 1,600  แนวต้าน : 1,669 1,684 1,699

สรุป

ราคาทองคำวานนี้ปิดปรับตัวลดลง 8.14 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แม้ว่าช่วงเช้าของตลาดเอเชียราคาทองคำจะพุ่งขึ้นทดสอบระดับสูงสุดบริเวณ 1,669.77 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยได้รับแรงหนุนจากการอ่อนค่าของดัชนีดอลลาร์ หลังเงินเยนฟื้นตัวขึ้นต่อเนื่องขานรับการที่ทางญี่ปุ่นได้เข้าแทรกแซงตลาดปริวรรตเงินตราด้วยการทุ่มซื้อเงินเยนเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา อย่างไรก็ดี ราคาทองคำอ่อนตัวลงหลังจากนั้น โดยได้รับแรงกดดันส่วนหนึ่งจากแรงขายกำไร

ขณะที่กิจกรรมทางเศรษฐกิจในยูโรโซนหดตัวอย่างรวดเร็วที่สุดในรอบเกือบ 2 ปีในเดือนต.ค. ประกอบกับหยวน offshore ดิ่งลงสู่ระดับต่ำสุดใหม่เป็นประวัติการณ์เมื่อเทียบกับดอลลาร์ หลังประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ดำรงตำแหน่งผู้นำสมัยที่ 3 ได้สำเร็จ และรายชื่อคณะผู้บริหารระดับสูงยังคงมีแนวโน้มที่จะยึดมั่นในนโยบาย zero-COVID และนโยบายสนับสนุนภาครัฐมากกว่าการเติบโตของภาคเอกชน

สถานการณ์ดังกล่าวหนุนให้ดัชนีดอลลาร์ฟื้นตัวขึ้นจากระดับต่ำสุดในระหว่างวัน ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันราคาทองคำให้เกิดการพักตัวลง แม้ว่าเอสแอนด์พี โกลบอลจะเปิดเผยตัวเลขดัชนี PMI รวมภาคการผลิตและภาคบริการเบื้องต้นของสหรัฐบ่งชี้ว่าภาคธุรกิจของสหรัฐอยู่ในภาวะหดตัว ซึ่งอาจเป็นปัจจัยที่อาจทำให้ธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด)ชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนธ.ค. แต่นักลงทุนส่วนใหญ่ยังคงกังวลว่าเฟดจะคงจุดยืนที่แข็งกร้าวในการต่อสู้กับภาวะเงินเฟ้อต่อไป นั่นทำให้การปรับตัวขึ้นของทองคำยังเป็นไปอย่างจำกัด

ด้านกองทุน SPDR ถือครองทองคำเพิ่ม +0.29 ตัน สำหรับวันนี้ติดตามการเปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคจาก CB และดัชนีภาคการผลิตเดือนต.ค.จากเฟดสาขาริชมอนด์

ข่าวสารประกอบการลงทุน

  • (+) คาบสมุทรเกาหลีตึงเครียด! เหนือ-ใต้แลกกันยิงปืนใหญ่เตือนใกล้พรมแดน เกาหลีเหนือและใต้กล่าวว่า ได้ยิงปืนใหญ่เตือนไปยังอีกฝั่งของเส้นแบ่งพรมแดนระหว่างสองประเทศบริเวณนอกชายฝั่งทางตะวันตกของคาบสมุทรเกาหลี ถือเป็นความตึงเครียดทางทหารล่าสุดในภูมิภาคนี้ กองทัพเกาหลีใต้เปิดเผยว่า ได้ยิงปืนใหญ่เตือนไปยังเรือสินค้าของเกาหลีเหนือที่ล่วงล้ำเข้ามาในเขตเส้นแบ่งทางเหนือ หรือ NLL (Northern Limit Line) ซึ่งเป็นเขตพรมแดนทางทะเลของสองประเทศ เมื่อเวลาประมาณ 3:42 น. เช้าวันจันทร์ตามเวลาท้องถิ่น ก่อนที่เรือเกาหลีเหนือจะหันลำกลับไปทางเหนือ และอีกประมาณ 90 นาทีต่อมา เกาหลีเหนือได้ยิงปืนใหญ่ 10 ลูกจากเครื่องยิงจรวดเพื่อตอบโต้ที่มีเรือของกองทัพเกาหลีใต้รุกล้ำเข้าไปในเขตแดนของเกาหลีเหนือเช่นกัน ตามรายงานของกองทัพเกาหลีเหนือ
  • (+) ดัชนี PMI รวมภาคผลิต-บริการสหรัฐหดตัวเป็นเดือนที่ 4 เอสแอนด์พี โกลบอลเปิดเผยว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) รวมภาคการผลิตและภาคบริการเบื้องต้นของสหรัฐ ปรับตัวลงสู่ระดับ 47.3 ในเดือนต.ค. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 2 เดือน จากระดับ 49.5 ในเดือนก.ย. ดัชนี PMI ยังคงอยู่ต่ำกว่าระดับ 50 ซึ่งบ่งชี้ว่าภาคธุรกิจของสหรัฐอยู่ในภาวะหดตัว โดยหดตัวเป็นเดือนที่ 4 ติดต่อกัน   ดัชนี PMI ถูกกดดันจากการหดตัวของคำสั่งซื้อใหม่และการจ้างงาน ขณะที่ความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจดิ่งลงแตะระดับต่ำสุดในรอบกว่า 2 ปี   ทั้งนี้ ดัชนี PMI ภาคการผลิตเบื้องต้น อยู่ที่ 49.9 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 28 เดือน จากระดับ 52.0 ในเดือนก.ย. ส่วนดัชนี PMI ภาคบริการเบื้องต้น อยู่ที่ 46.6 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 2 เดือน จากระดับ 49.3 ในเดือนก.ย.
  • (+) นักลงทุนหั่นคาดการณ์เฟดขึ้นดอกเบี้ย 0.75% ในการประชุมเดือนธ.ค. นักลงทุนลดคาดการณ์ที่ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.75% ในการประชุมกำหนดนโยบายการเงินในเดือนธ.ค. หลังมีรายงานว่า เจ้าหน้าที่เฟดเริ่มแสดงความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบจากการเร่งขึ้นอัตราดอกเบี้ย ล่าสุด FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนักเพียง 53.5% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.75% ในการประชุมวันที่ 13-14 ธ.ค. ลดลงจากเดิมที่เคยให้น้ำหนักมากถึง 75%  
  • (-) น้ำมัน WTI ปิดลบ 47 เซนต์ กังวลจีนชะลอนำเข้าน้ำมันดิบ สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดลบในวันจันทร์ (24 ต.ค.) หลังจากจีนเปิดเผยยอดนำเข้าน้ำมันดิบชะลอตัวลง อย่างไรก็ดี สัญญาน้ำมันดิบขยับลงเพียงเล็กน้อย เนื่องจากนักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับการเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนธ.ค. ลดลง 47 เซนต์ หรือ 0.6% ปิดที่ 84.58 ดอลลาร์/บาร์เรล   ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนธ.ค. ลดลง 24 เซนต์ หรือ 0.3% ปิดที่ 93.26 ดอลลาร์/บาร์เรล
  • (-) ดาวโจนส์ปิดพุ่ง 417.06 จุด นลท.คลายกังวลเฟดขึ้นดอกเบี้ย ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นกว่า 400 จุดในวันจันทร์ (24 ต.ค.) โดยตลาดปรับตัวขึ้นต่อเนื่องจากสัปดาห์ที่แล้ว หลังมีรายงานว่ากิจกรรมทางธุรกิจของสหรัฐชะลอตัวลงในเดือนต.ค. ซึ่งบ่งชี้ว่าการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเชิงรุกของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ซึ่งมีเป้าหมายที่จะชะลอความร้อนแรงของเศรษฐกิจและควบคุมเงินเฟ้อนั้น เริ่มได้ผล ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 31,499.62 จุด พุ่งขึ้น 417.06 จุด หรือ +1.34%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,797.34 จุด เพิ่มขึ้น 44.59 จุด หรือ +1.19% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 10,952.61 จุด เพิ่มขึ้น 92.90 จุด หรือ +0.86%
  • (+/-) “ริชิ ซูนัก” คว้าเก้าอี้นายกฯอังกฤษคนใหม่ตามคาด พรรคอนุรักษ์นิยมของอังกฤษประกาศให้นายริชิ ซูนัก อดีตรัฐมนตรีคลังอังกฤษ คว้าชัยชนะในการเลือกตั้งหัวหน้าพรรคอนุรักษ์นิยมในวันนี้ ซึ่งจะทำให้นายซูนักขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่ของอังกฤษโดยอัตโนมัติ เนื่องจากพรรคอนุรักษ์นิยมครองเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรอังกฤษ
  • (+/-) ดอลลาร์อ่อนค่า หลังตลาดคาดเฟดชะลอปรับขึ้นดอกเบี้ย ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับเงินเยนในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันจันทร์ (24 ต.ค.) หลังมีรายงานว่าดัชนีภาคธุรกิจของสหรัฐชะลอตัวลง ซึ่งทำให้นักลงทุนคาดว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะชะลอการเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ทั้งนี้ ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลดลง 0.03% แตะที่ระดับ 111.9600   ยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 0.9875 ดอลลาร์ จากระดับ 0.9860 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์อ่อนค่าลงแตะที่ระดับ 1.1282 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1302 ดอลลาร์ ส่วนดอลลาร์ออสเตรเลียอ่อนค่าลงสู่ระดับ 0.6312 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.6377 ดอลลาร์สหรัฐ  ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 148.82 เยน จากระดับ 147.64 เยน และแข็งค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 1.0009 ฟรังก์ จากระดับ 0.9976 ฟรังก์ นอกจากนี้ ดอลลาร์สหรัฐยังแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3710 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3638 ดอลลาร์แคนาดา

ขอขอบคุณ  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

- Advertisement -

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.

This website uses cookies to improve your experience. We'll assume you're ok with this, but you can opt-out if you wish. Accept Read More