Gold Around
ข่าวสาร บทวิเคราะห์ ราคาทองคำ

จับตา การเปลี่ยนผู้นำอังกฤษ – การแทรกแซงเงินเยน หนุน “ทองคำ” ในระยะสั้น

473

- Advertisement -

หลังจากที่ในช่วงต้นสัปดาห์ ราคาได้ร่วงลงไปทดสอบระดับ $1,620

แต่ราคาทองคำได้พุ่งขึ้นอีกครั้ง หลังจาก Wall Street Journal รายงานว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ อาจเริ่มชะลออัตราดอกเบี้ยหลังจากการประชุมนโยบายการเงินในเดือน พ.ย. จนกระทั่งราคาทองคำสามารถจบสัปดาห์กลับมาที่ $1,650 ซึ่งเป็นแนวรับและแนวต้านระดับจิตวิทยาสำคัญ

ที่ผ่านมา นักลงทุนได้หันเข้ามาในตลาด หลังมีข่าวว่า อาจจะมีการชะลอนโยบายการเงิน ทำให้มีแรงซื้อกลับเข้ามา

แต่แนวคิดดังกล่าวได้รับการพิสูจน์แล้วว่า ราคาทองคำได้ขยับขึ้นเพียงระยะสั้นเท่านั้น เพราะอัตราเงินเฟ้อที่สูงอย่างต่อเนื่อง และธนาคารกลางสหรัฐฯ และธนาคารกลางทั่วโลก อื่น ๆ ยังไม่สิ้นสุดนโยบายการเงินที่เข้มงวด

แม้ว่าเฟดอาจชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปี 2566 แต่ตลาดยังคงคาดการณ์ว่า อัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่า 5% ซึ่งจะยังคงหนุนให้ดอลลาร์สหรัฐฯ ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญ จนกว่าเฟดจะมีการเปลี่ยนแปลงนโยบายการเงิน

ไม่ใช่แค่เงินดอลลาร์สหรัฐฯ เท่านั้นที่เพิ่มปรับเพิ่มขึ้น นโยบายการเงินที่เข้มข้นของ เฟด ยังผลักดันให้ผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปี สู่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2008 และอยู่เหนือ 4%

ขณะที่ อัตราผลตอบแทนจริง ซึ่งวัดโดย Treasury Inflation-Protected Securities (TIPS) มีการซื้อขายที่ 1.7% สูงที่สุดในรอบ 13 ปี ซึ่งจุดนี้ถือเป็นความท้าทายสำหรับทองคำ

ในการประชุม Global Precious Metals Conference ของ London Bullion Market Association มีการพูดถึงว่าแม้ทองคำยังคงเป็นสินทรัพย์ที่น่าดึงดูดในระยะยาว แต่ขณะนี้ไม่ใช่เวลาที่จะซื้อ

เนื่องจากเงินดอลลาร์สหรัฐฯ และบอนด์ยีลด์ยังคงปรับตัวสูงขึ้น แต่นักวิเคราะห์หลายคนมองว่า ความต้องการทองคำทางกายภาพที่แข็งแกร่ง และการสิ้นสุดการปรับขึ้นดอกเบี้ยของเฟด จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของทองคำ

อย่างไรก็ดี ได้เกิดความผันผวนในตลาดทองคำ เนื่องจากความไม่แน่นอนครั้งใหญ่ในตลาดตราสารหนี้ของอังกฤษ ตามมาด้วยการล่มสลายของรัฐบาล ลิส ทรัส หลังจากอยู่ในอำนาจเพียง 44 วัน แสดงให้เห็นว่า เศรษฐกิจโลกมีความวุ่นวายมากเพียงใด

ในเวลาเดียวกัน ธนาคารแห่งประเทศญี่ปุ่น กำลังเข้าแทรกแซงตลาดสกุลเงินอย่างต่อเนื่อง เพื่อปกป้องเศรษฐกิจของตนจากค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ที่แข็งค่าอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน

แม้แต่นักเศรษฐศาสตร์บางคนยังเตือนเกี่ยวกับภัยคุกคามที่เพิ่มขึ้นจากภาวะเศรษฐกิจถดถอยอย่างรุนแรงที่กำลังจะเกิดขึ้น

โดย Nouriel Roubini ซีอีโอของ Roubini Macro Associate และศาสตราจารย์ที่ NYU Stern School of Business ได้กล่าวว่า

สหรัฐฯ อาจเข้าสู่ภาวะถดถอยภายในสิ้นปีนี้ พร้อมเตือนนักลงทุนว่าในทศวรรษหน้า โลกอาจเผชิญกับ วิกฤตหนี้ และ Stagflationary แบบที่ไม่เคยเห็นมาก่อน

Nouriel Roubini ยังกล่าวอีกว่า ในสภาพแวดล้อมนี้ ผู้บริโภคจำเป็นต้องลงทุนในสินทรัพย์ที่จะปกป้องพวกเขาจากภาวะเงินเฟ้อ ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ และ ความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อม

พร้อมระบุว่า แม้ว่าการขึ้นราคาทองคำครั้งล่าสุดอาจมีระยะเวลาสั้น แต่ความเชื่อมั่นคือนักลงทุนควรให้ความสำคัญกับศักยภาพในระยะยาว

ที่มา : kitco.com

- Advertisement -

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.

This website uses cookies to improve your experience. We'll assume you're ok with this, but you can opt-out if you wish. Accept Read More