Gold Around
ข่าวสาร บทวิเคราะห์ ราคาทองคำ

บทวิเคราะห์ราคาทองคำ 19 ต.ค.65 by YLG

1,061

- Advertisement -

คำแนะนำ       เปิดสถานะซื้อ $1,640

จุดทำกำไร    ขายเพื่อทำกำไร $1,661-1,679

ตัดขาดทุน     ตัดขาดทุนสถานะซื้อหากหลุด $1,614

แนวรับ : 1,640 1,627 1,614  แนวต้าน : 1,661 1,679 1,700

สรุป

ราคาทองคำวานนี้ปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.90 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ระหว่างวันแกว่งแคบในกรอบ 15 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แม้ราคาจะอ่อนตัวลงทดสอบระดับต่ำสุดบริเวณ 1,645.86 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังการผลิตภาคอุตสาหกรรมโดยรวมของสหรัฐเพิ่มขึ้น 0.4% ในเดือนก.ย. โดยสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 0.1% อย่างไรก็ดี แรงซื้อ Buy the dip ยังคงเข้ามาพยุงเอาไว้

ประกอบกับนักลงทุนกลับมาเปิดรับความเสี่ยง (Risk on) ขานรับการเปิดเผยผลประกอบการที่แข็งแกร่งของ Goldman Sachs Group Inc , Johnson & Johnson และ Lockheed Martin สภาพแวดล้อมดังกล่าวบั่นทอนความต้องการดอลลาร์ในฐานะสกุลเงินปลอดภัย ส่งผลให้การดีดตัวของดอลลาร์เป็นไปอย่างจำกัด ประกอบกับอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีปรับตัวลดลงทดสอบระดับต่ำสุดในระหว่างวันบริเวณ 3.96% ทำให้ราคาทองคำเกิดการฟื้นตัวทดสอบกรอบบนบริเวณ 1,658-1,660.78 ดอลลาร์ต่อออนซ์เป็นระยะ แต่จะเห็นได้ว่าการฟื้นตัวของทองคำก็ไม่มากเช่นกัน

เนื่องจากทองคำยังคงได้รับแรงกดดันจากแนวโน้มที่ธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด)จะเดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างแข็งกร้าวต่อไปเพื่อสกัดเงินเฟ้อ ล่าสุดนายนีล คัชการี ประธานเฟดมินนิอาโปลิส กล่าวเมื่อวันอังคารว่า เฟดอาจจำเป็นต้องขึ้นอัตราดอกเบี้ยให้สูงกว่า 4.75% หากเงินเฟ้อพื้นฐานไม่หยุดเพิ่มขึ้น และต้องการเห็น “หลักฐานที่ชัดเจน” ว่าอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานได้ผ่านพ้นจุดสูงสุดไปแล้วก่อนที่จะสามารถยุติการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยได้ ถ้อยแถลงในเชิง Hawkish ยังคงบั่นทอนแรงซื้อในตลาดทองคำ ด้านกองทุน SPDR ถือครองทองคำลดลง -0.29 ตัน สำหรับวันนี้ติดตามการเปิดเผยการอนุญาตก่อสร้าง, ข้อมูลการเริ่มสร้างบ้าน และ Beige Book

ข่าวสารประกอบการลงทุน

  • (+) แพทย์ใหญ่ทำเนียบขาวเตือนรับมือไวรัส BQ.1/BQ.1.1 ชี้หลบภูมิ,แพร่ระบาดเร็ว นายแพทย์แอนโธนี เฟาชี ผู้อำนวยการสถาบันโรคติดต่อและโรคภูมิแพ้แห่งชาติสหรัฐ (NIAID) และหัวหน้าคณะที่ปรึกษาทางการแพทย์ของประธานาธิบดีโจ ไบเดน ประกาศเตือนชาวอเมริกันว่า ไวรัสโอมิครอนสายพันธุ์ BQ.1 และ BQ.1.1 ซึ่งเป็นสายพันธุ์ย่อยของ BA.5 ถือเป็น 2 สายพันธุ์ของโควิด-19 ซึ่งมีความอันตราย “ไวรัสทั้ง 2 สายพันธุ์สามารถหลบหลีกภูมิคุ้มกัน และแพร่ระบาดได้อย่างรวดเร็ว” นายแพทย์เฟาชีกล่าว
  • (+) รัสเซียขู่ใช้นิวเคลียร์ หากยูเครนโจมตี 4 แคว้นผนวกใหม่ ทำเนียบเครมลินยืนยันในวันนี้ว่า แคว้นทั้ง 4 ซึ่งเพิ่งได้รับการผนวกเข้ากับรัสเซียจะได้รับการปกป้องจากอาวุธนิวเคลียร์ นายดมิทรี เพสคอฟ โฆษกทำเนียบเครมลิน กล่าวว่า “ดินแดนเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของสหพันธรัฐรัสเซีย และจะได้รับการปกป้องในระดับเดียวกับดินแดนอื่นๆในรัสเซีย”
  • (+) สหรัฐเผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้สร้างบ้านร่วงลงเป็นเดือนที่ 10 สมาคมผู้สร้างบ้านแห่งชาติ (NAHB) ของสหรัฐเปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้สร้างบ้านลดลง 8 จุด สู่ระดับ 38 ในเดือนต.ค. ซึ่งเป็นการปรับตัวลงติดต่อกันเป็นเดือนที่ 10 และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 43
  • (+) ซีอีโอ “โกลด์แมน แซคส์” เตือนสหรัฐเสี่ยงเผชิญภาวะเศรษฐกิจถดถอย นายเดวิด โซโลมอน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของโกลด์แมน แซคส์ กล่าวเตือนว่าสหรัฐมีความเสี่ยงที่จะเผชิญภาวะเศรษฐกิจถดถอย ซึ่งจะทำให้การตัดสินใจด้านการลงทุนและทำธุรกิจเป็นไปอย่างยากลำบากมากขึ้น “ผมคิดว่าถึงเวลาแล้วที่เราต้องดำเนินการอย่างระมัดระวัง และหากคุณเป็นผู้ที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับสินทรัพย์เสี่ยง ก็ถึงเวลาที่คุณต้องคิดอย่างระมัดระวังมากขึ้นเกี่ยวกับการบริหารความเสี่ยงของคุณ โดยคุณต้องเตรียมคาดว่าจะมีความผันผวนมากขึ้นรออยู่ข้างหน้า และมีโอกาสสูงมากที่เราจะเผชิญภาวะเศรษฐกิจถดถอยในสหรัฐ” นายโซโลมอนกล่าวในรายการ “Squawk Box” ของสำนักข่าว CNBC
  • (-) “ไบเดน” เตรียมระบายน้ำมันสกัดราคาพุ่ง ขณะใกล้โค้งสุดท้ายเลือกตั้งเดือนหน้า แหล่งข่าวเปิดเผยว่า ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐ เตรียมประกาศระบายน้ำมันจากคลังสำรองทางยุทธศาสตร์ (SPR) ในสัปดาห์นี้เพื่อสกัดการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมัน ขณะใกล้ถึงกำหนดการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐในวันที่ 8 พ.ย.
  • (-) เฟดเผยการผลิตภาคอุตสาหกรรมสูงกว่าคาดในเดือนก.ย. ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) รายงานในวันนี้ว่า การผลิตภาคอุตสาหกรรมโดยรวมของสหรัฐเพิ่มขึ้น 0.4% ในเดือนก.ย. โดยสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 0.1% หลังจากลดลง 0.1% ในเดือนส.ค.
  • (-) นักลงทุนเพิ่มคาดการณ์เกือบ 100% เก็งเฟดขึ้นดอกเบี้ย 0.75% เดือนหน้า นักลงทุนเพิ่มคาดการณ์เกือบ 100% ที่ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.75% ในการประชุมกำหนดนโยบายการเงินในเดือนพ.ย. หลังการเปิดเผยตัวเลขดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ที่สูงเกินคาด ล่าสุด FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 97.4% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.75% สู่ระดับ 3.75-4.00% ในการประชุมวันที่ 1-2 พ.ย. นอกจากนี้ นักลงทุนให้น้ำหนัก 65.30% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.75% สู่ระดับ 4.50-4.75% ในการประชุมวันที่ 13-14 ธ.ค.
  • (-) ดอลล์แข็งค่า รับคาดการณ์เฟดเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ย  ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันอังคาร (18 ต.ค.) โดยได้แรงหนุนจากการคาดการณ์ที่ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะเดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.75% ทั้งในเดือนพ.ย.และธ.ค.  ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน เพิ่มขึ้น 0.09% แตะที่ 112.1310  ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 149.19 เยน จากระดับ 148.89 เยน และแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3780 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3721 ดอลลาร์แคนาดา แต่ดอลลาร์อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9951 ฟรังก์ จากระดับ 0.9957 ฟรังก์  ยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 0.9853 ดอลลาร์ จากระดับ 0.9850 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์อ่อนค่าลงแตะที่ระดับ 1.1317 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1363 ดอลลาร์ ส่วนดอลลาร์ออสเตรเลียแข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 0.6295 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.6294 ดอลลาร์สหรัฐ
  • (-) ดาวโจนส์ปิดพุ่ง 337.98 จุด ขานรับผลประกอบการสดใส  ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นติดต่อกันเป็นวันที่ 2 ในวันอังคาร (18 ต.ค.) ขานรับผลประกอบการที่แข็งแกร่งของบริษัทจดทะเบียน ซึ่งรวมถึงโกลด์แมน แซคส์ และจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน นอกจากนี้ ตลาดยังได้ปัจจัยหนุนจากการผลิตภาคอุตสาหกรรมของสหรัฐที่ขยายตัวได้ดีเกินคาด   ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 30,523.80 จุด เพิ่มขึ้น 337.98 จุด หรือ +1.12%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,719.98 จุด เพิ่มขึ้น 42.03 จุด หรือ +1.14% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 10,772.40 จุด เพิ่มขึ้น 96.60 จุด หรือ +0.90%

ขอขอบคุณ  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

- Advertisement -

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.

This website uses cookies to improve your experience. We'll assume you're ok with this, but you can opt-out if you wish. Accept Read More