Gold Around
ข่าวสาร บทวิเคราะห์ ราคาทองคำ

บทวิเคราะห์ราคาทองคำ 13 ต.ค.65 by YLG

277

- Advertisement -

คำแนะนำ       เปิดสถานะขาย $1,683-1,688

จุดทำกำไร    ซื้อคืนเพื่อทำกำไร $1,647

ตัดขาดทุน     ตัดขาดทุนสถานะขายหากผ่าน $1,688

แนวรับ : 1,647 1,631 1,614  แนวต้าน : 1,688 1,711 1,735

สรุป

ราคาทองคำวานนี้ปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 7.17 ดอลลาร์ต่อออนซ์  แม้ราคาจะร่วงลงก่อนในช่วงเช้าของตลาดเอเชียแตะระดับต่ำสุดบริเวณ 1,661.00 ดอลลาร์ต่อออนซ์  แต่ก็เริ่มมีแรงซื้อ Buy the dip เข้ามาพยุงราคาทองคำเอาไว้  นอกจากนี้ราคาทองคำยังได้รับแรงหนุนจากเงินปอนด์ที่ฟื้นตัวขึ้นจากระดับต่ำสุดในรอบ 2 สัปดาห์เมื่อเทียบกับดอลลาร์ขานรับรายงานของ Financial Times ที่ระบุว่าธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) ได้ส่งสัญญาณเป็นการส่วนตัวไปยังธนาคารพาณิชย์ว่าเตรียมที่จะยืดเวลาโครงการเข้าซื้อพันธบัตรออกไป 

สถานการณ์ดังกล่าว  ช่วยหนุนให้ราคาทองคำดีดตัวอย่างรวดเร็วจากระดับต่ำสุดในระหว่างวัน  แม้ว่าทองคำจะลดช่วงบวกลงบ้างหลังกระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ที่เป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากการใช้จ่ายของผู้ผลิต เพิ่มขึ้น 0.4% ในเดือนก.ย. เมื่อเทียบรายเดือน สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 0.2% หลังจากลดลง 0.2% ในเดือนส.ค. ซึ่งจะเป็นปัจจัยหนุนให้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อ  

ขณะที่รายงานการประชุมเดือนก.ย.ของเฟดบ่งชี้ว่า กรรมการเฟดแสดงความวิตกเกี่ยวกับเงินเฟ้อที่ระดับสูง และจำนวนมาก(many)วิตกว่าเฟดดำเนินการน้อยเกินไปในการควบคุมเงินเฟ้อ  แต่กระนั้น  ทองคำก็ยังทรงตัวระดับระดับได้เป็นอย่างดี  เนื่องจากนักลงทุนมีการปรับสถานะการลงทุนทั้งในตลาดเงินและตลาดบอนด์  เพื่อรอความชัดเจนเกี่ยวกับเงินเฟ้อผ่านตัวเลขดัชนีราคาผู้บริโภค(CPI) ที่จะประกาศในคืนนี้ 

ด้านกองทุน SPDR ถือครองทองคำเพิ่มขึ้น +1.16 ตัน  สำหรับวันนี้ติดตามการเปิดเผยจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงาน  และจับตาการเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) อย่างใกล้ชิดเนื่องจากอาจกระทบต่อการคาดการณ์การขึ้นดอกเบี้ยของเฟด  ซึ่งอาจจะสร้างความผันผวนให้กับราคาทองคำได้

ข่าวสารประกอบการลงทุน

  • (+) ดาวโจนส์ปิดลบ 28.34 จุด วิตกเงินเฟ้อ-ดอกเบี้ยขาขึ้นถ่วงตลาดลง ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเล็กน้อยในวันพุธ (12 ต.ค.) เนื่องจากนักลงทุนยังคงวิตกเกี่ยวกับเงินเฟ้อ, อัตราดอกเบี้ยที่ระดับสูง และภาวะเศรษฐกิจถดถอย หลังจากสหรัฐเปิดเผยดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เพิ่มขึ้นในเดือนก.ย. และการเปิดเผยรายงานการประชุมครั้งที่ผ่านมาของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) บ่งชี้ว่า เจ้าหน้าที่เฟดเห็นพ้องกันที่จะยังคงดำเนินนโยบายคุมเข้มด้านการเงินต่อไปเพื่อสกัดเงินเฟ้อ ขณะที่นักลงทุนวิตกว่า การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างรุนแรงของเฟดอาจทำให้เศรษฐกิจสหรัฐเข้าสู่ภาวะถดถอย ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 29,210.85 จุด ลดลง 28.34 จุด หรือ -0.10%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,577.03 จุด ลดลง 11.81 จุด หรือ -0.33% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 10,417.10 จุด ลดลง 9.09 จุด หรือ -0.09%
  • (-) สหรัฐเผยดัชนี PPI +8.5% YoY ในเดือนก.ย. สูงกว่าคาดการณ์ กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากการใช้จ่ายของผู้ผลิต เพิ่มขึ้น 0.4% ในเดือนก.ย. เมื่อเทียบรายเดือน สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 0.2% หลังจากลดลง 0.2% ในเดือนส.ค. เมื่อเทียบรายปี ดัชนี PPI เพิ่มขึ้น 8.5% ในเดือนก.ย. สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 8.4% จากระดับ 8.7% ในเดือนส.ค.   ส่วนดัชนี PPI พื้นฐาน ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้น 0.3% เมื่อเทียบรายเดือน สอดคล้องกับตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ หลังจากเพิ่มขึ้น 0.3% ในเดือนส.ค.   เมื่อเทียบรายปี ดัชนี PPI พื้นฐาน ปรับตัวขึ้น 7.2% ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 7.3% จากระดับ 7.2% ในเดือนส.ค.
  • (-) ดอลล์แข็งค่า รับคาดการณ์เฟดขึ้นดอกเบี้ยต่อหลัง PPI สูงเกินคาด ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันพุธ (12 ต.ค.) หลังสหรัฐเปิดเผยดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) สูงเกินคาด ซึ่งจะเป็นปัจจัยหนุนให้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อ ขณะที่การเปิดเผยรายงานการประชุมครั้งที่ผ่านมาของเฟดบ่งชี้ว่า เจ้าหน้าที่เฟดเห็นพ้องกันที่จะยังคงดำเนินนโยบายคุมเข้มด้านการเงินต่อไป ทั้งนี้ ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน เพิ่มขึ้น 0.09% แตะที่ระดับ 113.3200   ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินเยนที่ระดับ 146.88 เยน จากระดับ 145.85 เยน, แข็งค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิสที่ระดับ 0.9982 ฟรังก์ จากระดับ 0.9976 ฟรังก์ และแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดาที่ระดับ 1.3824 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3812 ดอลลาร์แคนาดา   ยูโรอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐที่ระดับ 0.9699 ดอลลาร์ จากระดับ 0.9712 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์แข็งค่าสู่ระดับ 1.1092 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1025 ดอลลาร์ และดอลลาร์ออสเตรเลียแข็งค่าแตะที่ระดับ 0.6275 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.6267 ดอลลาร์สหรัฐ
  • (-) “ไบเดน” สวนความเห็นซีอีโอ “เจพีมอร์แกน” ยืนยันเศรษฐกิจสหรัฐไม่ถดถอย ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐ กล่าวว่า เขาไม่เชื่อว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะเผชิญภาวะถดถอยในอนาคตอันใกล้ แต่หากเกิดขึ้น ก็จะเป็นการถดถอยลงเพียงเล็กน้อย
  • (-) WHO เตือนยุโรปเผชิญการแพร่ระบาดระลอกใหม่ของโควิด-19 องค์การอนามัยโลก (WHO) และศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งยุโรป (ECDC) ออกแถลงการณ์ร่วมระบุว่า การแพร่ระบาดระลอกใหม่ของโควิด-19 อาจเริ่มขึ้นที่ยุโรปแล้ว เนื่องจากจำนวนผู้ติดเชื้อได้เพิ่มขึ้นทั่วภูมิภาค “แม้ว่าเราไม่ได้อยู่ในสถานการณ์เดียวกับเมื่อปีที่แล้ว แต่เป็นที่ชัดเจนว่าการแพร่ระบาดของโควิด-19 ยังคงไม่สิ้นสุดลง” นายฮันส์ คลูจ ผู้อำนวยการประจำภูมิภาคยุโรปของ WHO และนายแอนเดรีย แอมมอน ผู้อำนวยการ ECDC ระบุในแถลงการณ์
  • (-) เยอรมนีเมินข้อเสนอรัสเซียส่งก๊าซผ่านท่อส่ง Nord Stream 2 รัฐบาลเยอรมนียืนยันว่าจะไม่รับข้อเสนอของรัสเซียที่จะส่งก๊าซให้แก่สหภาพยุโรป (EU) ผ่านทางท่อส่ง Nord Stream 2 อย่างไรก็ดี รัฐบาลเยอรมนีระบุว่า หากรัสเซียต้องการส่งก๊าซให้แก่ยุโรป ก็สามารถทำได้ ด้วยการส่งผ่านท่อส่ง Nord Stream 1
  • (+/-) “ปูติน” เสนอส่งก๊าซให้ EU ผ่านท่อส่ง Nord Stream 2 ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย กล่าวว่า รัสเซียพร้อมที่จะส่งก๊าซให้แก่สหภาพยุโรป (EU) ผ่านทางท่อส่ง Nord Stream 2 และขณะนี้อยู่ที่การตัดสินใจของ EU ว่าจะรับข้อเสนอของรัสเซียหรือไม่ “รัสเซียพร้อมจัดส่งก๊าซ และขณะนี้ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของ EU ซึ่งถ้าพวกเขาต้องการ เราก็จะเปิดท่อส่งให้” ปธน.ปูตินกล่าว

- Advertisement -

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.

This website uses cookies to improve your experience. We'll assume you're ok with this, but you can opt-out if you wish. Accept Read More