Gold Around
ข่าวสาร บทวิเคราะห์ ราคาทองคำ

IMF ชี้ปีหน้า ศก.โลกถดถอยเต็มตัว – กูรูมองทองคำส่อเค้าหลุด $1,640

308

- Advertisement -

กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เปิดเผยรายงานแนวโน้มเศรษฐกิจโลก (World Economic Outlook) โดยได้ปรับลดตัวเลขคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจโลกในปี 2566 สู่ระดับ 2.7%

จากที่เคยคาดการณ์ไว้เมื่อเดือน ก.ค. ที่ระดับ 2.9% และ ยังมีโอกาสถึง 25% ที่การเติบโตจะชะลอตัวเหลือน้อยกว่า 2% โดยเศรษฐกิจโลกมากกว่า 1 ใน 3 จะเผชิญภาวะเศรษฐกิจหดตัวในปีนี้หรือปีหน้า

รายงานดังกล่าว เป็นการบ่งชี้การขยายตัวของเศรษฐกิจในปีหน้าจะอ่อนแอที่สุดนับตั้งแต่ปี 2544 นอกเหนือจากช่วงที่เกิดวิกฤตการเงิน และการแพร่ระบาดอย่างหนักของโควิด-19

อย่างไรก็ดี IMF ยังคงตัวเลขคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจโลกในปี 2565 ที่ระดับ 3.2%

Pierre Olivier Gourinchas chief economist IMF’s กล่าวว่า

ผลกระทบในปีนี้ จะทำให้บาดแผลทางเศรษฐกิจกลับมาเปิดอีกครั้ง ซึ่งรักษาได้เพียงบางส่วนหลังเกิดโรคระบาด กล่าวโดยสรุป เหตุการณ์ที่เลวร้ายที่สุดยังมาไม่ถึง โดยหลาย ๆ คนเริ่มรู้สึกว่า ในปี 2023 เหมือนกำลังถดถอย

นอกเหนือจากการปรับลดของการเติบโตทางเศรษฐกิจที่น่าเป็นห่วงแล้ว IMF ยังเตือนถึงความเสี่ยงด้านลบหลายประการที่อาจทำให้แนวโน้มแย่ลงไปอีก

ซึ่งรวมถึงการดำเนินนโยบายการเงินที่ผิดพลาด โดยธนาคารกลางในการต่อสู้กับเงินเฟ้อ ราคาพลังงานที่เพิ่มขึ้นและราคาอาหารที่เพิ่มขึ้น ภาวะหนี้ในตลาดเกิดใหม่ การฟื้นตัวของโควิด-19 และ วิกฤตภาคอสังหาริมทรัพย์ของจีนยังคงเลวร้าย

รายงานยังระบุว่า การชะลอตัวส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นในเขตยุโรป โดยลดการเติบโตลงเหลือ 0.5% ในปี 2566 เนื่องจากวิกฤตพลังงานที่เกิดจากสงครามในยูเครนส่งผลกระทบอย่างหนัก

ขณะที่ การเติบโตของสหรัฐฯ ในปีหน้าคาดว่าจะชะลอตัวลงเหลือ 1% ส่วนที่จีนคาดว่าจะชะลอตัวลงเหลือ 4.4% เนื่องจากภาคอสังหาริมทรัพย์ที่อ่อนแอ และการล็อกดาวน์อย่างต่อเนื่อง

ขณะที่ อัตราเงินเฟ้อจะคงที่มากกว่าที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ โดยอัตราเงินเฟ้อทั่วโลกคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 8.8% ในปี 2565 จากนั้น จะชะลอตัวลงเป็น 6.5% ในปี 2566 และ 4.1% ภายในปี 2567

ส่วนค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ยังซื้อขายใกล้ระดับสูงสุดในรอบ 20 ปี โดยได้แรงหนุนจากนโยบายทางการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ และวิกฤตพลังงาน ซึ่งจะส่งผลต่อตลาดเกิดใหม่หลายแห่ง

โดย ไอเอ็มเอฟ มองว่า ประเทศเกิดใหม่และประเทศกำลังพัฒนา จะต้องการปรับนโยบายการเงินเพื่อรักษาเสถียรภาพของค่าเงินและเก็บรักษาทุนสำรองระหว่างประเทศเอาไว้ ใช้เมื่อสภาวะทางการเงินเลวร้ายลงจริง ๆ

พร้อมยอมรับว่า ประเทศที่มีรายได้ต่ำ กำลังอยู่ในหรือใกล้ประสบปัญหาหนี้สินอยู่แล้ว เมื่อเกิดสภาวะทางการเงินที่ตึงตัวทั่วโลก อาจทำให้สิ่งต่าง ๆ เลวร้ายลงได้

ส่วนปฏิกิริยาของทองคำ นักวิเคราะห์กล่าวว่า ทองคำยังคงเสี่ยงต่อการเทขายอีกครั้ง เนื่องจากค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่า

Edward Moya

Edward Moya senior market analyst ของ OANDA กล่าวว่า

ราคาทองคำยังคงยากที่จะปรับตัวเพิ่มขึ้น เนื่องจากเงินดอลลาร์ยังคงมีแรงหนุนอยู่มาก โดยเฉพาะสงครามในยูเครนกำลังทวีความรุนแรงขึ้น รวมถึงการเทขายในตลาดตราสารหนี้ยังคงดำเนินต่อไป ทำให้ราคาทองคำอาจถอยกลับไปสู่ระดับ 1,640 ดอลลาร์ อีกครั้ง

Edward Moya มองว่า ความผิดพลาดของนโยบายโดย BOE ที่จะหยุดรับซื้อพันธบัตรภายในสิ้นสัปดาห์นี้ เป็นปัจจัยหนุนสำคัญ ที่ทำให้ราคาทองคำลดลงต่ำกว่าเดือน ก.ย. ที่ผ่านมา

- Advertisement -

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.

This website uses cookies to improve your experience. We'll assume you're ok with this, but you can opt-out if you wish. Accept Read More