Gold Around
ข่าวสาร บทวิเคราะห์ ราคาทองคำ

ผู้เชี่ยวชาญ ชี้ FED จะขึ้นดอกเบี้ยแรงเป็นครั้งสุดท้าย คาดเงินเฟ้อเริ่มลดลง

382

- Advertisement -

แนวคิดของธนาคารกลางที่ลุยขึ้นดอกเบี้ยในการต่อสู้กับเงินเฟ้อ ทำให้นักวิเคราะห์หลายคนเตือนว่าการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยรวดเร็วขนาดนี้อาจทำให้เศรษฐกิจชะลอตัวลงมากเกินไป

ขณะที่ ธนาคารโลกระบุว่าการที่ธนาคารกลางทั่วโลกขึ้นดอกเบี้ยอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในช่วงห้าทศวรรษที่ผ่านมา ทำให้ตลาดการเงินเกิดความตึงตัว เศรษฐกิจโลกก็จะได้รับผลกระทบไปด้วย

ทั้งนี้ ในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมาของปีนี้ เห็นการเคลื่อนไหวที่ก้าวร้าวที่สุดในประวัติศาสตร์นโยบายการเงินเพื่อต่อสู้กับเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้น

โดยสหรัฐฯ และ แคนาดา ขึ้นอัตราดอกเบี้ย 3% และ ECB ปรับขึ้น 1.25% ส่วนกรณีที่รุนแรงอย่างประเทศซิมบับเว ขึ้น 140% และ อาร์เจนตินาเพิ่มขึ้น 37%

ในทางกลับกัน มีบางประเทศ เช่น จีน รัสเซีย และ ตุรกี ที่ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพื่อให้อยู่ในภาวะผ่อนคลายและสนับสนุนเศรษฐกิจของประเทศ

David Malpass

David Malpass President World Bank Group กล่าวว่า

เศรษฐกิจทั่วโลกชะลอตัวลงอย่างมาก และมีแนวโน้มจะชะลอตัวลง อีกเมื่อเศรษฐกิจของประเทศต่าง ๆ ตกอยู่ในภาวะถดถอย ความกังวลที่เกิดขึ้นก็คือแนวโน้มในลักษณะนี้จะยังคงอยู่ และจะส่งผลกระทบระยะยาว โดยเฉพาะในตลาดเกิดใหม่และประเทศกำลังพัฒนา

Mathias Cormann

ขณะที่ Mathias Cormann Secretary-General OECD (องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา) กล่าวว่า

เศรษฐกิจโลกสูญเสียโมเมนตั้มหลังจากรัสเซียทำสงครามรุกรานยูเครน ทำให้การเติบโตของ GDP หยุดชะงักในหลายประเทศ และตัวชี้วัดทางเศรษฐกิจชี้ให้เห็นถึงการชะลอตัวที่ยืดเยื้อ

โดย Mathias Cormann มองว่า ยุโรปจะได้รับผลกระทบมากที่สุดในปีหน้า โดยคาดว่าเศรษฐกิจเยอรมนีจะหดตัว 0.7% ในปี 2566

มาดูการเคลื่อนไหวของราคาทองคำได้ ปรับลดอีกครั้ง เนื่องจากมีการคาดการณ์ว่า เฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ยอีก 0.75%

โดย Commerzbank กล่าวว่า นี่เป็นคำเตือนครั้งใหญ่ ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ความเสี่ยงทางการเงินอยู่ตรงหน้า และท่ามกลางความผันผวนของตลาดการเงินที่รุนแรงในสหราชอาณาจักร ทำให้ธนาคารอังกฤษเข้าไปแทรกแซงในตลาดทองคำผ่านโครงการซื้อพันธบัตรฉุกเฉิน ขณะที่ ธนาคารแห่งประเทศญี่ปุ่นได้เข้าแทรกแซงเพื่อสนับสนุนเงินเยนของญี่ปุ่น

ทั้งนี้ ทั่วโลกยังจับตามองการเดินเกมส์ของเฟด หลังจากการได้ขึ้นดอกเบี้ย 0.75% ติดต่อกันเป็นครั้งที่ 3 ในเดือน ก.ย. และคาดว่า เฟดจะปรับเพิ่มดอกเบี้ยอีก 0.75% ในเดือน พ.ย. และ ปรับขึ้นอีก 0.50% ในเดือน ธ.ค. ทำให้ดอกเบี้ยของเฟด อาจสูงถึง 4.4% ภายในสิ้นปีนี้ และ เพิ่มขึ้นเป็น 4.6% ในปี 2566

แต่นักวิเคราะห์บางคนมองว่า อัตราเงินเฟ้อจะลดลงในไม่ช้า ส่งผลให้ธนาคารกลางอาจชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย เช่น ING ประมาณการว่า แรงกดดันด้านเงินเฟ้อจะลดลงค่อนข้างมาก ในปี 2566 และ จะทำให้เฟดเริ่มลดอัตราดอกเบี้ยในช่วงครึ่งหลังของปี 2566

อย่างไรก็ดี จากตัวเลขการจ้างงานของสหรัฐฯ ที่ยังคงแข็งแกร่ง โดยอัตราการว่างงาน เดือน ก.ย. ลดลงเหลือ 3.5% จะทำให้เฟดจะไม่รีบร้อนในการเปลี่ยนแปลงนโยบาย ทำให้ผลสำรวจ CME FedWatch ล่าสุดระบุว่า ตลาดคาดการณ์ว่า มีโอกาสถึง 78% ที่จะเป็น 0.75% ในการประชุมเดือน พ.ย.

Cathie Wood

ด้าน Cathie Wood ซีอีโอ ของ ARK Investment Management LLC ระบุว่า

ธนาคารกลางสหรัฐฯ กำลังทำผิดในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเชิงรุก เพราะจะส่งผลเกี่ยวกับแนวโน้มภาวะเงินฝืดในระยะยาวมากขึ้น

โดย Cathie Wood มองว่า ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่ลดลง ราคาทองคำ และค่าธรรมเนียมการขนส่งที่ลดลง เป็นสัญญาณว่า แรงกดดันด้านเงินเฟ้อกำลังลดลงแล้ว

Cathie Wood กล่าวอีกว่า “ทองคำ” ซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ ได้มีการซื้อขายต่ำกว่าระดับสูงสุดที่ 2,000 ดอลลาร์

ในขณะที่ สินค้าโภคภัณฑ์ เช่น ทองแดง ไม้แปรรูป แร่เหล็ก และ น้ำมัน ได้ลดลงอย่างมาก และ Cathie Wood ยังตั้งข้อสังเกตอีกว่า เศรษฐกิจสหรัฐฯ มีแนวโน้มจะเข้าสู่ภาวะถดถอย ซึ่งในที่สุดจะส่งผลกระทบต่อราคาและทำให้เงินเฟ้อลดลง

ซึ่งมุมมองของ Cathie Wood ได้รับความเห็นพ้องจากบริษัทชั้นนำรายอื่น ๆ ทั้ง Elon Musk CEO จากTesla และ SpaceX และ Jeffrey Gundlach CEO ของ DoubleLine

Jeffrey Gundlach เตือนว่า การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยหลายครั้งติดต่อกัน โดยไม่มีการพัก อาจนำไปสู่ผลที่ไม่คาดคิด

โดยความเสี่ยงจากภาวะเงินฝืดในปัจจุบัน สูงกว่าที่เคยเป็นมาในช่วงสองปีที่ผ่านมามาก ซึ่งตนไม่ได้หมายถึงว่าจะเกิดในเร็ว ๆ นี้ แต่กำลังมองไปถึงช่วงปลายปี 2023

ที่มา : Kitco.com

- Advertisement -

3 Comments
  1. […] โดยประธานธนาคารโลก กล่าวว่าเศรษฐกิจทั่วโลกชะลอตัวลงอย่างมาก และมีแนวโน้มจะชะลอตัวลงอีกเมื่อเศรษฐกิจของประเทศต่างๆ ตกอยู่ในภาวะถดถอย ความกังวลที่เกิดขึ้นก็คือแนวโน้มในลักษณะนี้จะยังคงอยู่ และจะส่งผลกระทบระยะยาว โดยเฉพาะในตลาดเกิดใหม่และประเทศกำลังพัฒนา(อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม..) […]

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.

This website uses cookies to improve your experience. We'll assume you're ok with this, but you can opt-out if you wish. Accept Read More