Gold Around
ข่าวสาร บทวิเคราะห์ ราคาทองคำ

แนะจับตาตัวเลข ศก.สหรัฐฯ ใน 2 สัปดาห์หน้า ชี้อนาคตทองคำจะทะยานไกล หรือ ร่วงแรง !?

939

- Advertisement -

ราคาทองคำ กลับมามีแนวโน้มที่ดีในระยะสั้น ท่ามกลางความตึงเครียดทางการเมืองที่ทวีความรุนแรงขึ้น แต่นักวิเคราะห์ยังให้จับตาการเคลื่อนไหวในช่วง 2 สัปดาห์ข้างหน้า

เพราะจะชี้ให้เห็นถึงทิศทางราคาทองคำในช่วงปลายปี โดยเฉพาะข้อมูลการจ้างงานรอบล่าสุด และข้อมูลอัตราเงินเฟ้อ

ทั้งนี้ ราคาทองคำเห็นการพัฒนาที่สำคัญในช่วงกลางสัปดาห์ โดยราคาได้พุ่งขึ้นหลังจากได้ลงไปแตะจุดต่ำสุดในรอบ 2 ปีครึ่ง ที่ 1,615 ดอลลาร์ มาปิดสัปดาห์ที่ 1,660 ดอลลาร์

และอาจจะมุ่งหน้าไปทดสอบระดับ 1,700 ดอลลาร์ อีกครั้ง แต่หากดูในกรอบเวลารายเดือน ยังคงติดลบเป็นเดือนที่ 6 ติดต่อกัน โดยเดือน ก.ย. ที่ผ่านมาลดลงอีก 50 ดอลลาร์

Frank Cholly senior market strategist RJO Futures กล่าวกับ Kitco News ว่า

เมื่อวันพุธ ราคาทองคำมีการกลับตัวที่สำคัญ โดยดีดขึ้นจากจุดต่ำสุดก่อนจะมาแตะจุดสูงสุดของสัปดาห์ที่ 1,675 ดอลลาร์

หากดูแนวโน้มราคาทองคำในช่วงท้ายสัปดาห์ ทำให้แนวโน้มระยะสั้นดูดีขึ้น และหากราคาทองคำสามารถกลับมาอยู่เหนือ 1,700 ดอลลาร์ ได้ ก็มีโอกาสที่จะขึ้นไปทดสอบ 1,740 ดอลลาร์

ขณะที่ Michael Boutros strategist จาก DailyFX กล่าวว่า

ก่อนหน้านี้ กราฟทางเทคนิคทองคำติดลบมาก โดยเฉพาะหากร่วงหลุด 1,600 ดอลลาร์ ทำให้มีโอกาสที่จะถูกเทขายเพิ่ม จนราคาลงไปแตะ 1,290 ดอลลาร์ ได้

แต่หากราคาทองคำสามารถกลับไปทะลุ 1,706 ดอลลาร์ ใน 2 สัปดาห์ข้างหน้าได้ ก็จะทำให้แนวโน้มขาลงอาจจบลง แต่หากไม่สามารถกลับขึ้นมายืนเหนือแนวดังกล่าวได้ ก็ยังถือว่าไม่ปลอดภัย

ทั้งนี้ ตัวเลขเศรษฐกิจที่จะประกาศในช่วง 2 สัปดาห์ข้างหน้า จะมีความสำคัญต่อการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเฟด ในอีก 2 เดือนข้างหน้า ว่าจะมีความรุนแรงเพียงไร ซึ่งจะทำให้เกิดแรงกดดันอย่างหนักต่อราคาทองคำ

นอกจากนั้น สถานกา่รณ์ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ อาจเป็นปัจจัยขับเคลื่อนระยะสั้น ที่ทำให้ราคาทองคำพุ่งสูงกว่า 1,700 ดอลลาร์ โดยเฉพาะประเด็นที่รัสเซียผนวก 4 แคว้นในยูเครนตะวันออกเฉียงใต้

พร้อมประกาศว่า จะใช้ทุกวิถีทางที่จำเป็น ในการปกป้องดินแดน และหากรัสเซียได้เริ่มยกระดับการป้องกันด้วยการประกาศทำสงครามนิวเคลียร์ นั่นจะเป็นผลดีต่อทองคำ

อย่างไรก็ตาม Bart Melek global head of commodity strategy ของ TD Securities กล่าวว่า

ประเด็นเรื่องความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เกิดขึ้น จะส่งผลต่อราคาเพียงชั่วคราวเท่านั้น แต่เมื่อพิจารณาถึงสถานการณ์นโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ แล้ว จะเป็นการยากที่จะเปลี่ยนแนวโน้มขาลงโดยรวมของทองคำ เพราะการเร่งขึ้นดอกเบี้ยยังส่งผลให้เงินดอลลาร์สหรัฐฯ ยังคงแข็งค่า

มาดูทิศทางระยะสั้นของราคาทองคำ จะขึ้นอยู่กับข้อมูลการจ้างงานที่จะประกาศในสัปดาห์ต้นเดือน และอัตราเงินเฟ้อที่เปิดเผยในช่วงสัปดาห์ที่ 2 ของเดือน ต.ค.

ซึ่ง Bart Melek มองว่า ราคาทองคำยังจะไม่ทะลุไปไกล หากตัวเลข CPI หรือ การจ้างงานแข็งแกร่งกว่าที่คาดไว้ จะผลเสียต่อราคาทองคำ เพราะจะทำให้เฟดมีแนวโน้มที่จะปรับขึ้นดอกเบี้ยตามที่ประกาศไว้

ทั้งนี้ ตลาดคาดการณ์ว่า ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตร เดือน ก.ย. จะเพิ่มขึ้น 250,000 ตำแหน่ง และอัตราการว่างงานยังคงอยู่ใกล้ระดับต่ำสุดในรอบ 50 ปีที่ 3.7%

ขณะที่ตัวเลขเงินเฟ้อประจำปี เดือน ก.ย. คาดว่าจะมาที่ 8.1% หลังจากเพิ่มขึ้น 8.3% ในเดือน ส.ค.

สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ ในสัปดาห์หน้า (3-7 ส.ค.) วันจันทร์ จะมีการประกาศ ตัวเลข PMI ภาคการผลิตของ ISM

วันพุธ ประกาศตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของ ADP

วันพฤหัสบดีจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์  

และวันศุกร์ ประกาศตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร

หมายเหตุ : เนื้อหาข้างต้นมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่ใช่การชักชวนให้ ซื้อ-ขาย หรือ ลงทุน หรือ เป็นเครื่องมือทางการเงินอื่น ๆ และอาจจะไม่สะท้อนถึงความเห็นของ GoldAround.com ทั้งนี้ ทีมงานไม่ยอมรับความผิดในความสูญเสีย และ หรือ ความเสียหาย ที่เกิดจากการใช้ข้อมูลข้างต้น

- Advertisement -

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.

This website uses cookies to improve your experience. We'll assume you're ok with this, but you can opt-out if you wish. Accept Read More