Gold Around
ข่าวสาร บทวิเคราะห์ ราคาทองคำ

ราคาทองคำวันนี้ : ทองคำมีแรงฮึด แต่ยังก้าวข้าม $1,700 ไม่ได้

348

- Advertisement -

ราคาทองคำ วานนี้ เคลื่อนไหวในกรอบ 1,655-1,684 ดอลลาร์ ก่อนจะปิดปรับตัวลดลง 3 ดอลลาร์

โดยทองคำยังได้รับแรงกดดันจากดัชนีดอลลาร์ที่พุ่งขึ้น ทำระดับสูงสุดในรอบ 20 ปีครั้งใหม่ที่ 111.81 ก่อนที่ราคาทองคำจะพุ่งขึ้นแรงหลังรัฐบาลญี่ปุ่นเข้าแทรกแซงเป็นครั้งแรกในรอบ 24 ปี หรือ นับตั้งแต่ปี 1998 เพื่อพยุงค่าเงินเยนที่ทรุดตัวลง

ทำให้สกุลเงินเยนของญี่ปุ่นแข็งค่าขึ้นเกือบ 4% แตะ 140.31 เยนต่อดอลลาร์ จาก 145.81 เยนต่อดอลลาร์ กดดันดัชนีดอลลาร์ ให้ร่วงลงแตะ 110.46 และหนุนราคาทองคำพุ่งแตะ 1,685 ดอลลาร์ แต่ราคาทองคำไม่สามารถรักษาช่วงบวกไว้

โดยได้รับแรงกดดันจากแรงขายทำกำไร และแนวโน้มดอกเบี้ยขาขึ้นทั่วโลก ทั้ง สหรัฐฯ สวีเดน อังกฤษ สวิสฯ และนอร์เวย์ ทำให้ทองคำร่วงมาปิดตลาดที่ 1,670 ดอลลาร์

ส่วนการเคลื่อนไหวของราคาทองคำในช่วงเช้าวันนี้ ยัง sideway ในกรอบ 1,670-1,675 ดอลลาร์

ทั้งนี้ AUSIRIS มองว่า มี 3 ปัจจัย ดันราคาทองคำ คือ

1. ญี่ปุ่นแทรกแซงค่าเงิน นับเป็นครั้งแรกในรอบ 24 ปี โดยนำเงินทุนสำรองสกุลดอลลาร์ มาซื้อเงินเยนญี่ปุ่นในตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างประเทศ เพื่อเพิ่มความต้องการเงินเยน และ ทำให้เงินเยนแข็งขึ้น

2. ธนาคารกลาง อังกฤษ ประกาศขึ้นดอกเบี้ยนโยบายถึง 0.5%

3. ธนาคารกลางของ Swiss ประกาศขึ้นดอกเบี้ย 0.75% จบนโยบายการใช้ดอกเบี้ยติดลบ

ทั้ง 3 ปัจจัยกดให้ค่าเงินดอลลาร์อ่อน และดันราคาทองคำ

ส่วนการคาดการณ์ ราคา Gold Spot วันนี้ มีแนวต้านที่ 1,680 และ 1,688 ดอลลาร์ ส่วนแนวรับอยู่ที่ 1,669 และ 1,655 ดอลลาร์ ส่วนทองแท่ง 96.5% มีแนวต้านที่ 29,634 และ 29,855 บาท ขณะที่แนวรับอยู่ที่ 29,440 และ 29,193 บาท

ขณะที่ MTS Gold มองว่า

ราคาทองคําเคลื่อนตัวในทิศทาง sideways โดยมีกรอบแนวรับที่ 1,655 ดอลลาร์ และ แนวต้านที่ 1,680 ดอลลาร์

สําหรับราคาทองคําไทยมี แนวรับที่ 29,200 บาทต่อบาททองคํา และมีแนวต้านที่ 29,500 บาทต่อบาททองคํา

มาดูราคาทองคำในประเทศ ที่ประกาศโดย สมาคมค้าทองคำ

เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา (23 ก.ย.) ราคาขยับบวก 50 บาท หลังเงินบาทอ่อนค่าต่อเนื่อง ทำให้ราคาขายออกทองคำแท่ง 96.5 ล่าสุด (11.00 น.) อยู่ที่ 29,550 บาท ส่วนราคารับซื้ออยู่ที่ 29,450 บาท

ด้าน SPDR Gold Trust

ยังขายทองคำออกมาอีก 2.03 ตัน

คืนนี้ สหรัฐฯ จะเปิดเผย

ดัชนี PMI ภาคบริการ เดือน ก.ย. ตลาดคาดว่าจะปรับเพิ่มขึ้นมาสู่ระดับ 45.5 จากระดับ 43.7 ในเดือน ส.ค.

และดัชนี PMI ภาคการผลิต เดือน ก.ย. ตลาดคาดว่าจะลดลงสู่ระดับ 51.0 จาก 51.5 ในเดือน ส.ค.

นอกจากนี้ติดตามสถานการณ์สงคราม รัสเซีย-ยูเครน

หมายเหตุ : เนื้อหาข้างต้นมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่ใช่การชักชวนให้ ซื้อ-ขาย หรือ ลงทุน หรือ เป็นเครื่องมือทางการเงินอื่น ๆ และอาจจะไม่สะท้อนถึงความเห็นของ GoldAround.com ทั้งนี้ ทีมงานไม่ยอมรับความผิดในความสูญเสีย และ หรือ ความเสียหาย ที่เกิดจากการใช้ข้อมูลข้างต้น

- Advertisement -

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.

This website uses cookies to improve your experience. We'll assume you're ok with this, but you can opt-out if you wish. Accept Read More