Gold Around
ข่าวสาร บทวิเคราะห์ ราคาทองคำ

บทวิเคราะห์ราคาทองคำ 11 ส.ค.65 by YLG

373

- Advertisement -

คำแนะนำ       เปิดสถานะขาย $1,795-1,814

จุดทำกำไร    ซื้อคืนเพื่อทำกำไร $1,771-1,754

ตัดขาดทุน     ตัดขาดทุนสถานะขายหากหลุด $1,814

แนวรับ : 1,771 1,754 1,736  แนวต้าน : 1,795 1,814 1,833

สรุป

ราคาทองคำวานนี้ปรับตัวลดลง 1.90 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ทั้งนี้ ราคาทองคำทะยานขึ้นก่อนหลัง ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของสหรัฐเพิ่มขึ้น 8.5% ในเดือนก.ค. เมื่อเทียบรายปี ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 8.7% ส่วนดัชนี CPI พื้นฐานเพิ่มขึ้น 5.9% ในเดือนก.ค. เมื่อเทียบรายปี โดยต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 6.1% เช่นกัน

ซึ่งสะท้อนว่าแรงกดดันด้านราคาชะลอตัวลง ซึ่งกระตุ้นการคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด)อาจขึ้นดอกเบี้ย “แข็งกร้าวน้อยลง(less Hawkish)” เห็นได้จาก FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนมองว่ามีโอกาส 61.5% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 50 bps ในการประชุมวันที่ 20-21 ก.ย. ซึ่ง “เพิ่มขึ้น” จากโอกาส 31.5% ในช่วงก่อนการเปิดเผย CPI และมองโอกาสที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 75 bps “ลดลง” จาก 68.5% เหลือเพียง 38.5%

ปัจจัยนี้เองกดดันดัชนีดอลลาร์ให้ร่วงลง 1.11% ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ร่วงลงสู่ระดับต่ำสุดบริเวณ 2.723% จนช่วยหนุนให้ราคาทองคำทะยานขึ้นทดสอบระดับสูงสุดบริเวณ 1,807.62 ดอลลาร์ต่อออนซ์

อย่างไรก็ดี ราคาทองคำร่วงลงในเวลาต่อมา โดยได้รับแรงกดดันจากแรงขายทำกำไรและแรงขายทางเทคนิค ประกอบกับดัชนีดอลลาร์และบอนด์ยีลด์ฟื้นตัวลดช่วงติดลบ ขานรับถ้อยแถลงในเชิง Hawkish ของเจ้าหน้าที่เฟด อาทิ นายชาร์ลส์ อีแวนส์ ประธานเฟดชิคาโกที่ระบุว่าเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับที่สูงอย่างยอมรับไม่ได้ พร้อมคาดการณ์ว่าดอกเบี้ยจะแตะระดับสูงสุดที่ 4% ในปีหน้า สอดคล้องกับนายนีล คัชคารี ประธานเฟดมินนิอาโปลิสกล่าวว่าแรงกดดันด้านราคาในเดือนกรกฎาคมลดลงนั้น “น่ายินดี” แต่เฟดยัง “อยู่ห่างไกลจากการประกาศชัยชนะ” ทำให้ทองคำร่วงลงมาปิดตลาดในแดนลบ

ด้านกองทุน SPDR ถือครองทองคำลดลง -1.74 ตัน สำหรับวันนี้ติดตามการเปิดเผยดัชนี PPI และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงาน

ข่าวสารประกอบการลงทุน

  • (+) ดอลล์ร่วงหนัก หลังสหรัฐเผยดัชนี CPI ต่ำคาด  ดอลลาร์สหรัฐร่วงลงอย่างหนักเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันพุธ (10 ส.ค.) หลังสหรัฐเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ที่ต่ำกว่าคาด ซึ่งบ่งชี้ว่าเงินเฟ้อของสหรัฐได้ผ่านจุดสูงสุดแล้ว และจะลดแรงกดดันต่อธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในการเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย  ทั้งนี้ ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ร่วงลง 1.11% แตะที่ระดับ 105.1960  ดอลลาร์อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 132.90 เยน จากระดับ 135.17 เยน และอ่อนค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ0.9424 ฟรังก์ จากระดับ 0.9540 ฟรังก์ นอกจากนี้ ดอลลาร์สหรัฐยังอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.2784 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.2891 ดอลลาร์แคนาดา  ยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.0306 ดอลลาร์ จากระดับ 1.0208 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์แข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 1.2226 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2070 ดอลลาร์ ส่วนดอลลาร์ออสเตรเลียแข็งค่าขึ้นแตะที่ระดับ 0.7085 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.6956 ดอลลาร์สหรัฐ
  • (+) เฟดขึ้นดอกเบี้ยเดือนหน้าอาจมีพลิก! นักลงทุนแห่เทน้ำหนักคาดขึ้นเพียง 0.50%  นักลงทุนลดคาดการณ์เกี่ยวกับการที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.75% ในการประชุมกำหนดนโยบายการเงินในเดือนก.ย. และเพิ่มคาดการณ์ขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.50% หลังสหรัฐเปิดเผยตัวเลขดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ที่ต่ำกว่าคาดในวันนี้  ล่าสุด FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 62.5% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.50% สู่ระดับ 2.75-3.00% ในการประชุมวันที่ 20-21 ก.ย. และให้น้ำหนักเพียง 37.5% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.75%  ก่อนหน้านี้ นักลงทุนให้น้ำหนัก 68.5% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.75% สู่ระดับ 3.00-3.25% ในการประชุมวันที่ 20-21 ก.ย. และให้น้ำหนักเพียง 31.5% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.50%
  • (+) สหรัฐเผยดัชนี CPI ต่ำกว่าคาดในเดือนก.ค.  กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากการใช้จ่ายของผู้บริโภค เพิ่มขึ้น 8.5% ในเดือนก.ค. เมื่อเทียบรายปี โดยต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 8.7% หลังจากพุ่งแตะระดับ 9.1% ในเดือนมิ.ย. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 40 ปี  เมื่อเทียบรายเดือน ดัชนี CPI ทรงตัวในเดือนก.ค. หรือเพิ่มขึ้น 0.0% โดยต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ที่ระดับ 0.2%  ขณะเดียวกัน ดัชนี CPI พื้นฐาน ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน เพิ่มขึ้น 5.9% ในเดือนก.ค. เมื่อเทียบรายปี โดยต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 6.1%  เมื่อเทียบรายเดือน ดัชนี CPI พื้นฐานปรับตัวขึ้น 0.3% ในเดือนก.ค. โดยต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ที่ระดับ 0.5%
  • (-) จีนประกาศยุติซ้อมรบรอบเกาะไต้หวันแล้ว แต่จะยังคงจับตาสถานการณ์ต่อไป  กองทัพจีนประกาศยุติการซ้อมรบรอบเกาะไต้หวันแล้ว แต่จะยังคงจับตาสถานการณ์ในช่องแคบไต้หวันต่อไป  ทั้งนี้ กองบัญชาการยุทธภูมิฝั่งตะวันออกของกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน (PLA) ออกแถลงการณ๋ระบุว่า “ปฏิบัติการซ้อมรบทางทะเลและทางอากาศรอบเกาะไต้หวันของ PLA ได้เสร็จสิ้นลงด้วยความสำเร็จ โดยสามารถทดสอบสมรรถนะในการรบของทางกองทัพได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ดี กองบัญชาการยุทธภูมิจะยังคงเฝ้าจับตาการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์ในช่องแคบไต้หวัน และจะยังคงทำการฝึกซ้อมและเตรียมพร้อมสำหรับการสู้รบ และจะทำการลาดตระเวนอย่างเป็นประจำเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการสู้รบในช่องแคบไต้หวันเพื่อปกป้องอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดน”
  • (-) ดาวโจนส์ปิดพุ่ง 535.10 จุด ขานรับ CPI ต่ำกว่าคาด  ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นกว่า 500 จุดในวันพุธ (10 ส.ค.) หลังสหรัฐเปิดเผยตัวเลขเงินเฟ้อที่ขยายตัวต่ำกว่าคาดในเดือนก.ค. ซึ่งช่วยให้นักลงทุนมีความหวังว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะไม่เร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย  ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 33,309.51 จุด พุ่งขึ้น 535.10 จุด หรือ +1.63%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 4,210.24 จุด เพิ่มขึ้น 87.77 จุด หรือ +2.13% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 12,854.80 จุด พุ่งขึ้น 360.88 จุด หรือ +2.89%
  • (-) ประธานเฟดชิคาโกหนุนเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยสู่ 3.25-3.50% สิ้นปีนี้  นายชาร์ลส์ อีแวนส์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาชิคาโก กล่าวว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ซึ่งบ่งชี้ว่าเงินเฟ้อของสหรัฐได้ชะลอตัวลงในเดือนก.ค. ถือเป็นข้อมูล “ในเชิงบวก” เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ที่เฟดเริ่มใช้นโยบายคุมเข้มทางการเงิน  อย่างไรก็ดี นายอีแวนส์ระบุว่า เงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับที่สูงอย่างยอมรับไม่ได้ และเฟดจำเป็นต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อไปจากระดับ 2.25-2.50% ในปัจจุบัน สู่ระดับ 3.25-3.50% ในสิ้นปีนี้ และสู่ 3.75-4.00% ในช่วงสิ้นปีหน้า  ทั้งนี้ การปรับอัตราดอกเบี้ยสู่ระดับ 3.25-3.50% ในสิ้นปีนี้ บ่งชี้ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกเพียง 1.00% ในช่วงการประชุมนโยบายการเงินที่เหลืออีก 3 ครั้งในปีนี้  ขณะเดียวกัน นายอีแวนส์คาดการณ์ว่าอัตราดอกเบี้ยจะแตะระดับสูงสุดที่ 4% ในปีหน้า ซึ่งสูงกว่าที่ตลาดการเงินคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยสู่ระดับ 3.75% ในกลางปีหน้า ก่อนที่จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยหลังจากนั้น

ขอขอบคุณ : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

- Advertisement -

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.

This website uses cookies to improve your experience. We'll assume you're ok with this, but you can opt-out if you wish. Accept Read More