Gold Around
ข่าวสาร บทวิเคราะห์ ราคาทองคำ

บทวิเคราะห์ราคาทองคำ 15 ก.ค.65 by YLG

6,890

- Advertisement -

คำแนะนำ       เปิดสถานะขาย $1,736-1,751

จุดทำกำไร    ซื้อคืนเพื่อทำกำไร $1,700-1,697

ตัดขาดทุน     ตัดขาดทุนสถานะขายหากผ่าน $1,751

แนวรับ : 1,697 1,676 1,652  แนวต้าน : 1,736 1,751 1,778

สรุป

ราคาทองคำวานนี้ปิดปรับตัวลดลง 25.70 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และเตรียมจะปิดตลาดในแดนลบเป็นสัปดาห์ที่ 5 ติดต่อกัน โดยได้รับแรงกดดันอย่างหนักการจากการแข็งค่าของดัชนีดอลลาร์ ท่ามกลางการคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด)จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 100 bps ในการประชุมเดือนก.ค. หลังจากดัชนีราคาผู้บริโภค(CPI) เดือนมิ.ย.พุ่งขึ้นเกินคาด

ขณะที่เมื่อวานนี้ ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อในส่วนของผู้ผลิตเพิ่มขึ้นเกินคาดที่ 1.1% ในเดือนมิ.ย. นั่นทำให้ดัชนีดอลลาร์แข็งค่าขึ้นต่อสู่ระดับ 109.29 ซึ่งเป็นระดับสูงที่สุดนับตั้งแต่เดือนกันยายน 2002 จนเป็นที่มาที่ทำให้ราคาทองคำดิ่งลงแรงหลุดระดับต่ำสุดของวันก่อนหน้า และหลุด 1,700 ดอลลาร์ต่อออนซ์จนกระทั่งแตะระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 1 ปีที่ 1,697.52 ดอลลาร์ต่อออนซ์

อย่างไรก็ดี ราคาทองคำฟื้นตัวขึ้นในเวลาต่อมา โดยได้รับแรงหนุนจากถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟดสาย Hawk 2 ราย ได้แก่ นายเจมส์ บูลลาร์ด ประธานเฟดเซนต์หลุยส์ และนายคริสโตเฟอร์ วอลเลอร์ หนึ่งในคณะผู้ว่าการเฟด ที่กล่าวสอดคล้องกันว่า พวกเขายังคงสนับสนุนการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพียง 75 bps

ในการประชุมเดือนก.ค. ส่งผลให้นักลงทุน “ลด” การคาดการณ์การปรับขึ้นดอกเบี้ย 100 bps ในการประชุมเดือนก.ค. สะท้อนจาก Fed funds futures ที่บ่งชี้ว่าเฟดมีโอกาส 42.8% ที่เฟดจะขึ้นอัตราดอกเบี้ย 100 bps ในการประชุมวันที่ 26-27 ก.ค. นี้ซึ่งถือว่า “ลดลง” จากโอกาสราว 86% ในช่วงก่อนถ้อยแถลงของนายบูลลาร์ดและนายวอลเลอร์ ปัจจัยนี้เองที่ทำให้ดอลลาร์ลดช่วงบวกและหนุนให้ราคาทองคำฟื้นขึ้นมาปิดตลาดเหนือ 1,700 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ด้านกองทุน SPDR ถือครองทองคำลดลง -2.90 ตัน สำหรับวันนี้ติดตามการเปิดเผยยอดค้าปลีก, ดัชนี Empire State Index และคาดการณ์ความเชื่อมั่นผู้บริโภค จาก UoM

ข่าวสารประกอบการลงทุน

  • (+) สหรัฐเผยตัวเลขผู้ขอสวัสดิการว่างงานสูงกว่าคาดในสัปดาห์ที่แล้ว  กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกเพิ่มขึ้น 9,000 ราย สู่ระดับ 244,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนพ.ย.2564 และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 234,000 ราย  นอกจากนี้ ตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานดังกล่าวอยู่สูงกว่าระดับ 230,000 รายเป็นสัปดาห์ที่ 6 ติดต่อกัน และสูงกว่า 215,000 ราย ซึ่งเป็นค่าเฉลี่ยต่อสัปดาห์ในช่วงก่อนเกิดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในสหรัฐ
  • (+) ดาวโจนส์ปิดลบ 142.62 จุด ผิดหวังผลประกอบการแบงก์ใหญ่  ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบในวันพฤหัสบดี (14 ก.ค.) หลังจากธนาคารรายใหญ่ของสหรัฐเปิดเผยผลประกอบการที่น่าผิดหวัง นอกจากนี้ ตลาดยังถูกกดดันจากความกังวลที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย หลังเงินเฟ้อสหรัฐพุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 40 ปี  ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 30,630.17 จุด ลดลง 142.62 จุด หรือ -0.46%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,790.38 จุด ลดลง 11.40 จุด หรือ -0.30% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 11,251.19 จุด เพิ่มขึ้น 3.60 จุด หรือ +0.03%
  • (-) “เยลเลน” เตือนเงินเฟ้อในสหรัฐกำลังพุ่งสูงจนยอมรับไม่ได้  นางเจเน็ต เยลเลน รัฐมนตรีคลังสหรัฐ กล่าวเตือนว่าเงินเฟ้อในสหรัฐกำลังพุ่งสูงจนยอมรับไม่ได้ และการสกัดเงินเฟ้อให้ชะลอตัวลงถือเป็นภารกิจที่มีความสำคัญที่สุดของรัฐบาลสหรัฐ  “เราสนับสนุนความพยายามของเฟดเพื่อให้เงินเฟ้ออยู่ภายใต้ความควบคุม นอกจากนี้ เรากำลังดำเนินการตามมาตรการของเรา ซึ่งเราเชื่อว่าจะช่วยให้เงินเฟ้อปรับตัวลงในระยะสั้น โดยเรากำลังดำเนินการเกี่ยวกับราคาพลังงาน และการระบายน้ำมันจากคลังสำรอง” นางเยลเลนกล่าวที่เกาะบาหลีก่อนการประชุมรัฐมนตรีคลังของกลุ่ม G20
  • (-) ดอลล์แข็งค่า รับคาดการณ์เฟดขึ้นดอกเบี้ยแรงสกัดเงินเฟ้อ  ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันพฤหัสบดี (14 ก.ค.) โดยได้แรงหนุนจากการคาดการณ์ที่ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจจะปรับขึ้นดอกเบี้ยแรงถึง 1% ในเดือนนี้ หลังตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐพุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 40 ปี  ทั้งนี้ ดัชนีดอลลาร์ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน เพิ่มขึ้น 0.53% แตะที่ระดับ 108.5420  ดอลลาร์แข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 138.86 เยน จากระดับ 137.33 เยน และแข็งค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9830 ฟรังก์ จากระดับ 0.9793 ฟรังก์ นอกจากนี้ ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3105 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.2970 ดอลลาร์แคนาดา  ยูโรอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.0032 ดอลลาร์ จากระดับ 1.0065 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์อ่อนค่าลงแตะที่ระดับ 1.1833 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1903 ดอลลาร์
  • (-) สหรัฐเผยดัชนี PPI เพิ่มขึ้น 1.1% ในเดือนมิ.ย. สูงกว่าคาดการณ์  กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากการใช้จ่ายของผู้ผลิต เพิ่มขึ้น 1.1% ในเดือนมิ.ย. เมื่อเทียบรายเดือน สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 0.8% หลังจากปรับตัวขึ้น 0.9% ในเดือนพ.ค.  เมื่อเทียบรายปี ดัชนี PPI พุ่งขึ้น 11.3% หลังจากดีดตัวขึ้น 10.9% ในเดือนพ.ค.  ส่วนดัชนี PPI พื้นฐาน ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้น 0.4% เมื่อเทียบรายเดือน หลังจากเพิ่มขึ้น 0.6% ในเดือนพ.ค.  เมื่อเทียบรายปี ดัชนี PPI พื้นฐาน ปรับตัวขึ้น 8.2% หลังจากดีดตัวขึ้น 8.5% ในเดือนพ.ค.
  • (-) ยุโรปปรับลดคาดการณ์ศก.ยูโรโซน เซ่นพิษสงครามยูเครน  คณะกรรมาธิการยุโรป (EC) ประกาศปรับลดคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจยูโรโซนในปีนี้และในปีถัดไป พร้อมปรับเพิ่มคาดการณ์เงินเฟ้อ เนื่องจากผลกระทบจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน  สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า คณะกรรมาธิการยุโรปได้หารือร่วมกับรัฐมนตรีคลังยูโรโซนเรียบร้อยแล้วเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา  คณะกรรมาธิการยุโรปคาดการณ์ว่า เศรษฐกิจยูโรโซนจะโต 2.6% ในปีนี้ ลดลงเล็กน้อยจากที่เคยคาดไว้ว่าจะโต 2.7% แต่ในปีหน้า เมื่อผลกระทบของสงครามยูเครนและราคาพลังงานที่สูงขึ้นทวีความรุนแรงขึ้น การเติบโตทางเศรษฐกิจจึงคาดว่าจะอยู่ที่ 1.4% จากที่เคยคาดว่าจะขยายตัว 2.3%  สำหรับการคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป (EU) ยังคงอยู่ที่ 2.7% ไม่เปลี่ยนแปลงในปีนี้ แต่ปรับลดลงเหลือ 1.5% ในปี 2566 จากเดิมที่คาดการณ์ไว้ที่ 2.3%
  • (+/-) เจ้าหน้าที่เฟดเผยพร้อมขึ้นดอกเบี้ย 1% เดือนนี้ หากข้อมูลเศรษฐกิจสนับสนุน  นายคริสโตเฟอร์ วอลเลอร์ หนึ่งในคณะผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) กล่าวว่า เขาพร้อมที่จะพิจารณาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 1% ในการประชุมเดือนก.ค. หากข้อมูลเศรษฐกิจสนับสนุนการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยดังกล่าว  นายวอลเลอร์กล่าวว่า แม้เขาสนับสนุนการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.75% ในการประชุมวันที่ 26-27 ก.ค. แต่เขาก็จะจับตาข้อมูลเศรษฐกิจ และเปิดกว้างต่อการตัดสินใจเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ  “การตัดสินใจสำหรับการประชุมในเดือนก.ค.จะขึ้นอยู่กับข้อมูลเศรษฐกิจที่เข้ามา โดยเราจะได้รับข้อมูลยอดค้าปลีก และยอดขายบ้านก่อนที่จะถึงการประชุมเดือนนี้ ซึ่งถ้าข้อมูลเหล่านี้แข็งแกร่งกว่าที่คาด ผมก็จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในอัตราที่รุนแรงกว่าในเดือนมิ.ย.” นายวอลเลอร์กล่าว

ขอขอบคุณ  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

- Advertisement -

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.

This website uses cookies to improve your experience. We'll assume you're ok with this, but you can opt-out if you wish. Accept Read More