Gold Around
ข่าวสาร บทวิเคราะห์ ราคาทองคำ

บทวิเคราะห์ราคาทองคำ 11 ก.ค.65 By HGF

155

- Advertisement -

ทองสัปดาห์ที่ผ่านมาปรับลดลงในระดับต่ำสุดในรอบ 9 เดือนครึ่ง

สัปดาห์นี้สหรัฐเปิดเผยตัวเลขเงินฟ้อ

แนวโน้มราคาทองคำคาดเคลื่อนไหว Sideways

  • ราคาทอง Spot สัปดาห์ที่ผ่านมาปรับตัวลดลงในระดับต่ำสุดในรอบ 9 เดือนครึ่ง เนื่องจากได้รับแรงกดดันจากสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าในระดับสูงสุดใหม่ในรอบ 20 ปี ท่ามกลางความวิตกกังวลว่าเฟดจะเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างรุนแรง ขณะที่ความคิดเห็นของประธานเฟดสาขาแอตแลนตาสนับสนุนการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.75% ในเดือนก.ค. สอดคล้องกับประธานเฟดสาขานิวยอร์กที่สนับสนุนการปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.5% หรือ 0.75% ในการประชุมเดือนก.คเช่นกัน ทางด้านกองทุน SPDR Gold Trust ขายทองคำสุทธิ 18.63 ตันจากสัปดาห์ก่อน
  • สัปดาห์นี้สหรัฐจะเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนมิ.ย.  ตลาดคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 1.1% จาก 1.0% เมื่อเทียบรายเดือน หรือเพิ่มขึ้น 8.8% จาก 8.6% เมื่อเทียบรายปี  และดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือนมิ.ย. ตลาดคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 0.8% จาก 0.8% เมื่อเทียบรายเดือน หรือเพิ่มขึ้น 10.7% จาก 10.8% เมื่อเทียบรายปี นอกจากนี้ติดตามการเปิดเผยรายงานสรุปภาวะเศรษฐกิจของเฟด 12 เขต  (Beige Book)
  • แนวโน้มราคาทองคำคาดเคลื่อนไหว Sideways โดยราคาทองคำมีแนวรับ 1,730 ดอลลาร์ และแนวรับถัดไป 1,720 ดอลลาร์  ขณะที่มีแนวต้าน 1,760 ดอลลาร์ และ 1,770 ดอลลาร์

ราคาทองตลาดโลก

CloseSupportResistance
1,741.801,730/1,7201,760/1,770

ราคาทองแท่ง 96.5%

CloseSupportResistance
29,80029,450/29,30029,800/29,900

โกลด์ฟิวเจอร์ส

CloseSupportResistance
29,78029,670/29,52029,860/29,970

สามารถเปิดสถานะขายเมื่อราคาปรับขึ้นมาบริเวณ 1,760 ดอลลาร์ (GF 29,860 บาท) โดยมีจุดขายตัดขาดทุนที่ 1,770 ดอลลาร์ (GF 29,970 บาท)

โกลด์ออนไลน์ฟิวเจอร์

CloseSupportResistance
1,755.001,732/1,7221,762/1,772

ค่าเงิน

ค่าเงินบาทสัปดาห์ที่ผ่านมาอ่อนค่ามากสุดบริเวณ  36.11 บาท/ดอลลาร์ เนื่องจากสกุลเงินดอลลาร์แข็งค่าในระดับสูงสุดใหม่ในรอบ 20 ปี อย่างไรก็ตามช่วงปลายสัปดาห์ค่าเงินบาทชะลอการอ่อนค่าลง ทั้งนี้แนวโน้มค่าเงินบาทคาดว่าระยะสั้นแข็งค่าเล็กน้อย สำหรับ USD Futures เดือนก.ย.65 มีแนวรับที่ 35.30 บาท/ดอลลาร์ ขณะที่มีแนวต้านที่ 36.20 บาท/ดอลลาร์

News

ไบเดนเตรียมประชุมคณะที่ปรึกษา หารือเรื่องลดภาษีนำเข้าสินค้าจีน

          สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานโดยอ้างแหล่งข่าวว่า ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐ จะหารือถึงความเป็นไปได้ที่จะลดการเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนในการประชุมกับคณะที่ปรึกษา ขณะที่คณะทำงานของปธน.ไบเดนใกล้ที่จะทำการตัดสินใจเรื่องการค้ากับจีน     ปธน.ไบเดนกำลังพิจารณาว่าจะยกเลิกการเรียกเก็บภาษีนำเข้าบางส่วนจากเดิมที่เรียกเก็บจากสินค้านำเข้าของจีนมูลค่า 3 แสนล้านดอลลาร์ในสมัยของอดีตปธน.โดนัลด์ ทรัมป์หรือไม่ เนื่องจากคณะทำงานของปธน.ไบเดนกำลังพยายามที่จะควบคุมเงินเฟ้อที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว     อดีตปธน.ทรัมป์ได้ใช้มาตรา 301 ของกฎหมายการค้าปี 2517 เพื่อเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนตั้งแต่เดือนก.ค. 2561 หลังการสืบสวนสรุปได้ว่าจีนทำการขโมยทรัพย์สินทางปัญญาจากบริษัทสหรัฐ และบังคับให้บริษัทสหรัฐทำการถ่ายโอนเทคโนโลยี    เมื่อเดือนที่แล้ว นางเจเน็ต เยลเลน รัฐมนตรีคลังสหรัฐเปิดเผยว่า การลดภาษีนำเข้าอาจจะช่วยลดราคาสิ่งของที่ประชาชนต้องซื้อได้

โกลด์แมนแซคส์หั่นคาดการณ์จีดีพีสหรัฐใน Q2 ลงอีก คาดโตเพียง 0.7%

          โกลด์แมน แซคส์ ปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจสหรัฐอีกครั้ง โดยระบุว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 2/2565 ของสหรัฐจะขยายตัวเพียง 0.7% จากตัวเลขคาดการณ์เดิมที่ระดับ 1.9%     การปรับลดตัวเลข GDP มีขึ้น หลังจากสหรัฐเปิดเผยยอดขาดดุลการค้าลดลง 1.3% สู่ระดับ 8.55 หมื่นล้านดอลลาร์ในเดือนพ.ค. แต่ตัวเลขดังกล่าวยังสูงกว่าที่นักวิเคราะห์ในโพลสำรวจของสำนักข่าวดาวโจนส์คาดการณ์ไว้ที่ 8.47 หมื่นล้านดอลลาร์ โดยการขาดดุลในเดือนพ.ค.เป็นผลมาจากการที่สหรัฐขาดดุลการค้ากับจีนลดลง 2.8 พันล้านดอลลาร์ เนื่องจากจีนเผชิญกับการล็อกดาวน์เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19    สำนักข่าวซีเอ็นบีซีรายงานว่า การปรับลดตัวเลขคาดการณ์ GDP ในครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่แนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐซบเซา และมีการคาดการณ์ว่า เศรษฐกิจสหรัฐอาจจะเข้าสู่ภาวะถดถอยแล้วในขณะนี้    ส่วนธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาแอตแลนตาเปิดเผยแบบจำลอง GDPNow tracker ในช่วงเช้าวันพฤหัสบดีตามเวลาสหรัฐ ซึ่งบ่งชี้ว่า เศรษฐกิจสหรัฐมีแนวโน้มหดตัว 1.9% ในไตรมาส 2 แต่ยังดีกว่าสัญญาณบ่งชี้เมื่อวันที่ 1 ก.ค.ซึ่งระบุว่า เศรษฐกิจมีแนวโน้มหดตัว 2.1%

ปธ.เฟดเซนต์หลุยส์คาดเศรษฐกิจสหรัฐขยายตัว แม้เฟดเร่งขึ้นดอกเบี้ยสู้เงินเฟ้อ

          นายเจมส์ บูลลาร์ด ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาเซนต์หลุยส์ กล่าวว่า เศรษฐกิจสหรัฐจะยังคงมีการขยายตัวในปีนี้ แม้ว่าเฟดเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อ    ทั้งนี้ เฟดสาขาแอตแลนตา เปิดเผยว่า แบบจำลองคาดการณ์ GDPNow ล่าสุดแสดงให้เห็นว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของสหรัฐหดตัว 1.9% ในไตรมาส 2/65 จากเดิมที่บ่งชี้ว่ามีแนวโน้มหดตัว 2.1%     ตัวเลขคาดการณ์ GDPNow บ่งชี้ว่า เศรษฐกิจสหรัฐหดตัวในไตรมาส 2 รุนแรงกว่าไตรมาส 1 ซึ่งหดตัว 1.6% และแสดงว่าเศรษฐกิจสหรัฐได้เข้าสู่ภาวะถดถอยแล้ว เนื่องจากเศรษฐกิจหดตัว 2 ไตรมาสติดต่อกัน    อย่างไรก็ดี นายบูลลาร์ดกล่าวว่า หากพิจารณาตัวเลขรายได้มวลรวมภายในประเทศ (GDI) พบว่าเศรษฐกิจมีการขยายตัว    “GDI มีความสอดคล้องกับตลาดแรงงานมากกว่า และบ่งชี้ว่าเศรษฐกิจมีการขยายตัว ขณะที่ตลาดแรงงานมีความแข็งแกร่ง” นายบูลลาร์ดกล่าว

ขอขอบคุณ  : บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด(HGF)

- Advertisement -

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.

This website uses cookies to improve your experience. We'll assume you're ok with this, but you can opt-out if you wish. Accept Read More