Gold Around
ข่าวสาร บทวิเคราะห์ ราคาทองคำ

ทองคำครึ่งปีหลัง จะ ดิ่ง! หรือ ดีด! ขึ้นอยู่กับ FED จะเดินเกมส์แข็งกร้าวเพียงไร

526

- Advertisement -

หลังจากที่เมื่อวานนี้ เราได้นำเสนอภาพรวมราคาทองคำ ทั้งในและต่างประเทศ ในช่วงครึ่งปีแรก ของปี 2022 ไปแล้ว

วันนี้ เราจะมาดูประเด็นสำคัญ ที่จะต้องจับตาใกล้ชิดในช่วงครึ่งปีหลัง ซึ่งจะส่งผลต่อราคาทองคำโดยตรง ก็คงเป็นเรื่องนโยบาบของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ว่าใช้นโยบายการเงินอย่างแข็งกร้าวมากน้อยแค่ไหน

เพราะหลังจากเฟดเริ่มคุมเข้มนโยบายการเงินด้วยการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 25 bps ในการประชุม เดือน มี.ค. ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 50 bps ในเดือน พ.ค. และ อีก 75 bps เมื่อเดือนที่แล้ว สู่ระดับ 1.5-1.75% 

แต่การเคลื่อนไหวของราคาทองคำในช่วงครึ่งปีหลังของปีนี้ จะขึ้นอยู่กับว่าเฟดจะดำเนินการอย่างแข็งกร้าวมากขึ้นหรือน้อยลงหรือไม่ และอย่างไร

ซึ่งปัจจุบัน ตลาดกำลัง price in ความน่าจะเป็นที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อเนื่องในปีนี้ ทั้งนี้ จาก CME Fedwatch tool พบว่า

  1. มีโอกาส 80.8% เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยอีก 75 bps ใน เดือน ก.ค.
  2. มีโอกาส 73.4% ที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยอีก 50 bps ใน เดือน ก.ย.
  3. และเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งละ 25 bps ในการประชุม เดือน พ.ย. และ ธ.ค. 
  4. หากเป็นเช่นนั้น จะทำให้อัตราดอกเบี้ยของเฟด เพิ่มขึ้นสู่ระดับ 3.25-3.50% ในภายในสิ้นปีนี้ 

ดังนั้น หากเฟดดำเนินการอย่างแข็งกร้าวต่อไป จะเป็นปัจจัยกดดันให้ราคาทองคำดิ่งลงต่อได้  กลับกัน หากมีปัจจัยที่ส่งผลให้เฟดชะลอการคุมเข้มนโยบายการเงิน จะส่งผลบวกต่อราคาทองคำได้อย่างมีนัยสำคัญ

คุณ ฐิภา นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

ทั้งนี้ ผลกระทบทางเศรษฐกิจที่เกิดจากการคุมเข้มนโยบายการเงินอย่างแข็งกร้าวของเฟด นักลงทุนความกังวลว่าเศรษฐกิจจะเกิดภาวะถดถอย เริ่มก่อตัวขึ้นจากข้อมูลในอดีตนับตั้งแต่ปี 1946 ซึ่งเฟดมีการปรับขึ้นดอกเบี้ยทั้งหมด 13 รอบ โดยที่ 10 ใน 13

คุณ ฐิภา นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

รอบนั้นเศรษฐกิจสหรัฐฯ เข้าสู่ภาวะถดถอย (Hard Landing) ในเวลาต่อมา และ มีเพียง 3 รอบเท่านั้น ที่เศรษฐกิจสหรัฐฯ สามารถหลีกเลี่ยงภาวะเศรษฐกิจถดถอยได้ (Soft Landing)

ล่าสุดนักเศรษฐศาสตร์จาก Goldman Sachs Group Inc. ปรับลดคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ และเตือนว่า ความเสี่ยงที่เศรษฐกิจจะถดถอยกำลังเพิ่มสูงขึ้น

และทีมของ Goldman มองเห็นความเป็นไปได้ 30% ที่เศรษฐกิจสหรัฐฯ จะเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยในปีหน้า โดยเพิ่มขึ้นจากความเป็นไปได้ 15% และ มีความเป็นไปได้ 25% ที่เศรษฐกิจสหรัฐฯ จะเข้าสู่สภาวะเศรษฐกิจถดถอยในอีก 2 ปีข้างหน้า ถ้าหากไม่เกิดภาวะถดถอยทางเศรษฐกิจในปีหน้า

นั่นทำให้โอกาสที่จะเกิดภาวะถดถอยทางเศรษฐกิจภายใน 2 ปีข้างหน้า เพิ่มขึ้นจาก 35% สู่ระดับ 48% 

ขณะที่ ผลสำรวจล่าสุดของผู้เชี่ยวชาญใน Wall Street ที่จัดทำโดย Deutsche bank พบว่า ความเสี่ยงของภาวะเศรษฐกิจถดถอยในสหรัฐฯ ภายในสิ้นปี 2023 เพิ่มขึ้น ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา

โดย 88% ของผู้เชี่ยวชาญใน Wall Street คาดว่า ภาวะเศรษฐกิจถดถอยในสหรัฐฯ จะเกิดขึ้นภายในสิ้นปี 2023 ซึ่งเพิ่มขึ้นจาก 78% ในเดือนที่แล้ว

ขณะที่ 17% เชื่อว่าภาวะเศรษฐกิจถดถอยจะเริ่มต้นในปีนี้ แต่ถือว่าเป็นสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นจาก 13% ในเดือนที่แล้ว และเพิ่มขึ้นจากระดับ 0% ในผลสำรวจเดือน ก.พ. และ ที่เหลือ 8% ที่คาดว่าจะไม่เกิดภาวะถดถอยทางเศรษฐกิจจนถึงปี 2024 แต่สัดส่วนดังกล่าวถือว่าลดลงจากระดับ 45% ในผลสำรวจเดือน ก.พ.

แน่นอนว่าหากเศรษฐกิจสหรัฐฯ ชะลอตัวลง หรือ หากเลวร้ายถึงขนาดเกิดสภาวะเศรษฐกิจถดถอย  นั่นจะส่งผลให้เฟดต้องชะลอการคุมเข้มนโยบายการเงิน หรือ กลับมาผ่อนคลายนโยบายการเงิน  ซึ่งจะเป็นปัจจัยหนุนราคาทองคำในที่สุด

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร YLG กล่าว

ขอขอบคุณ YLG

- Advertisement -

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.

This website uses cookies to improve your experience. We'll assume you're ok with this, but you can opt-out if you wish. Accept Read More