Gold Around
ข่าวสาร บทวิเคราะห์ ราคาทองคำ

บทวิเคราะห์ราคาทองคำ 22 มิ.ย.65 By HGF

98

- Advertisement -

ทองปิดลบ ถูกกดดันจากbond yield พุ่ง กังวลเร่งปรับขึ้นดอกเบี้ย

ติดตามการแถลงนโยบายการเงินรอบครึ่งปีต่อสภาคองเกรส

แนวโน้มราคาทองคำคาดปรับลดลงเล็กน้อย

  • ราคาทอง Spot เมื่อคืนที่ผ่านมาปรับตัวลดลงเล็กน้อย ซึ่งได้รับแรงกดดันจากการพุ่งขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ ท่ามกลางความวิตกกังวลเกี่ยวกับการเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟดอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจสหรัฐเข้าสู่ภาวะถดถอย ขณะที่โกลด์แมน แซคส์ เตือนว่าขณะนี้มีโอกาส 30% ที่เศรษฐกิจสหรัฐจะเข้าสู่ภาวะถดถอยในปี 2566 อย่างไรก็ตามนักลงทุนจับตาการแถลงของนายเจอโรม พาวเวล ประธานเฟด ซึ่งจะแถลงนโยบายการเงินและภาวะเศรษฐกิจสหรัฐรอบครึ่งปีต่อสภาคองเกรสในสัปดาห์นี้  ทางด้านกองทุน SPDR Gold Trust ขายทองคำสุทธิ 1.74 ตันจากเมื่อวาน
  • คืนนี้ติดตามนายเจอโรม พาวเวล ประธานเฟดซึ่งมีกำหนดแถลงนโยบายการเงินและภาวะเศรษฐกิจสหรัฐรอบครึ่งปีต่อคณะกรรมาธิการการธนาคารประจำวุฒิสภาในวันพุธที่ 22 มิ.ย.นี้ และจากนั้นจะแถลงต่อคณะกรรมาธิการบริการการเงินประจำสภาผู้แทนราษฎรในวันพฤหัสบดีที่ 23 มิ.ย.
  • แนวโน้มราคาทองคำคาดปรับลดลงเล็กน้อย โดยราคาทองคำมีแนวรับ 1,820 ดอลลาร์ และแนวรับถัดไป 1,810 ดอลลาร์  ขณะที่มีแนวต้าน 1,840 ดอลลาร์ และ 1,850 ดอลลาร์

ราคาทองตลาดโลก

CloseSupportResistance
1,831.901,820/1,8101,840/1,850

ราคาทองแท่ง 96.5%

CloseSupportResistance
30,65030,500/30,40030,800/30,900
CloseSupportResistance
30,75030,640/30,52030,850/30,940

สามารถเข้าซื้อบริเวณ 1,810 ดอลลาร์ (GF 30,520 บาท) โดยมีจุดขายตัดขาดทุนที่ 1,800 ดอลลาร์ (GF 30,400 บาท)

โกลด์ออนไลน์ฟิวเจอร์

CloseSupportResistance
1,831.701,822/1,8121,842/1,852

สามารถเข้าซื้อราคา GOM22 ที่  1,822 ดอลลาร์ โดยมีจุดขายตัดขาดทุนที่ 1,812 ดอลลาร์

ค่าเงิน

ค่าเงินบาทเมื่อวานนี้อ่อนค่ามากสุดในรอบ 5 ปี ทั้งนี้ยังไม่มีปัจจัยใหม่ ขณะที่สกุลเงินดอลลาร์มีทิศทางแข็งค่า ส่งผลให้ค่าเงินบาทอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ทำให้แนวโน้มค่าเงินบาทคาดว่าระยะสั้นอาจอ่อนค่าได้ต่อ สำหรับ USD Futures เดือนมิ.ย.65 มีแนวรับที่ 35 บาท/ดอลลาร์ ขณะที่มีแนวต้านที่ 35.50 บาท/ดอลลาร์

News

EU วอนหยุดยิงในยูเครนหวังเปิดเส้นทางส่งออกธัญพืชหลายล้านตัน

          โจเซฟ บอร์เรล หัวหน้าฝ่ายนโยบายต่างประเทศของสหภาพยุโรป (EU) เปิดเผยว่า EU ยืนกรานที่เรียกร้องให้มีการหยุดยิงในยูเครนเพื่อเปิดเส้นทางสำหรับการส่งออกธัญพืชปริมาณหลายล้านตัน    สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า นายบอร์เรลแถลงต่อสื่อมวลชนว่า สงครามยูเครนกำลังส่งผลกระทบร้ายแรงต่อความหิวโหยในโลก  ภายหลังจากการประชุมสภาด้านการต่างประเทศร่วมกับรัฐมนตรีต่างประเทศของ EU  นายบอร์เรลปฏิเสธการกล่าวโทษของรัสเซียต่อสถานการณ์การคว่ำบาตรของ EU ว่าเป็นข้อมูลที่บิดเบือน  นายบอร์เรลระบุเสริมว่า ในระหว่างการประชุมที่ลักเซมเบิร์ก บรรดารัฐมนตรีได้ทบทวนความช่วยเหลือทางทหารของ EU ที่ยูเครนได้รับ และความช่วยเหลือจากแต่ละประเทศสมาชิก  ทั้งนี้ นายบอร์เรลระบุว่า “ประเทศสมาชิกทั้งหมดมีส่วนร่วมในความพยายามเหล่านี้ และเราจะสนับสนุนยูเครนตราบเท่าที่จำเป็น ขณะเดียวกัน เราเรียกร้องให้มีการหยุดยิงซึ่งอาจช่วยให้สามารถส่งออกอาหาร”

ปธ.เฟดเซนต์หลุยส์หวังนโยบายขึ้นดอกเบี้ยจะช่วยหนุนศก.สหรัฐแกร่งในอนาคต

          นายเจมส์ บูลลาร์ด ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาเซนต์หลุยส์ระบุว่า เฟดมีแนวโน้มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอย่างรวดเร็วในปีนี้ เพื่อสร้างเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งในอนาคต โดยหวังว่าการดำเนินการดังกล่าวจะประสบความสำเร็จเช่นเดียวกับวัฏจักรการคุมเข้มนโยบายการเงินของเฟดในปี 2537     “การคุมเข้มนโยบายการเงินได้สร้างภาวะติดขัดขึ้นบ้างในปี 2537 อย่างไรก็ดี ผมรู้สึกเสมอว่า การดำเนินการดังกล่าวนั้นเป็นปัจจัยหนุนให้เศรษฐกิจสหรัฐทำผลงานได้อย่างแข็งแกร่งในช่วงครึ่งหลังของยุค 1990 ดังนั้นผมจึงหวังว่า ครั้งนี้เราจะประสบความสำเร็จเช่นเดียวกัน” นายบูลลาร์ดกล่าวในงานของสถาบันเศรษฐศาสตร์เอเอ็กซ์เอ-บาร์เซโลนาในเมืองบาร์เซโลนา ประเทศสเปน     นายบูลลาร์ดเป็นผู้สนับสนุนการเร่งคุมเข้มนโยบายการเงินในเชิงรุกของเฟด เพื่อสกัดเงินเฟ้อที่พุ่งสูงกว่าเป้าหมาย 2% ของเฟดมากกว่าสามเท่า โดยเฟดมีมติปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.75% สู่กรอบ 1.50% -1.75% หลังมีการเปิดเผยรายงานเงินเฟ้อรุนแรงเหนือความคาดหมายอีกฉบับในสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยขณะนี้นักวิเคราะห์ต่างคาดการณ์ว่า อัตราดอกเบี้ยจะเพิ่มสูงขึ้นจากระดับปัจจุบันกว่าสองเท่าตัวในช่วง 6 เดือนข้างหน้า    นอกจากนี้ นายบูลลาร์ดกล่าวว่า เฟดยังมีวิธีการลดเงินเฟ้ออื่น ๆ อีก “เรากำลังดำเนินการอย่างรวดเร็ว แต่ดำเนินการจากระดับต่ำ โดยเริ่มจากนโยบายการเงินที่อยู่ในภาวะผ่อนคลายอย่างมาก”

ผู้ว่าการเฟดหนุนขึ้นดอกเบี้ยอีก 0.75% ในเดือนก.ค. เหตุเงินเฟ้อยังสูง

           นายคริสโตเฟอร์ วอลเลอร์ หนึ่งในคณะผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) กล่าวว่า เขาสนับสนุนให้เฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 0.75% ในการประชุมเดือนก.ค. เนื่องจากอัตราเงินเฟ้อของสหรัฐยังคงอยู่ในระดับที่สูงมาก  “ในมุมมองของผมนั้น หากข้อมูลเศรษฐกิจในวันข้างหน้าเป็นไปตามที่ผมคาดไว้ โดยเฉพาะตัวเลขเงินเฟ้อ ผมจะสนับสนุนให้คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของเฟด (FOMC) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 0.75% ในการประชุมเดือนก.ค.” นายวอลเลอร์กล่าวในงานเสวนาซึ่งจัดโดยสมาคมเศรษฐกิจแห่งเมืองดัลลัส    นายวอลเลอร์กล่าวว่า จุดมุ่งหมายของเฟดคือการทำให้อัตราเงินเฟ้อของสหรัฐกลับสู่เป้าหมายที่ระดับ 2% แต่ที่ผ่านมานั้น เฟดดำเนินการช้าเกินไปในการจัดการกับปัญหาเงินเฟ้อ และช้าเกินไปในการปรับลดขนาดงบดุล (Quantitative Tightening : QT) อย่างไรก็ดี เขาเข้าใจว่าคณะกรรมการเฟดต้องดำเนินนโยบายการเงินอย่างรอบคอบระมัดระวัง และสนับสนุนเศรษฐกิจให้กลับมาขยายตัวได้ดีเหมือนกับในช่วงก่อนเกิดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19   การแสดงความเห็นดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า นายวอลเลอร์ยังคงมีจุดยืนในการผลักดันให้เฟดเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย จนกว่าเงินเฟ้อจะอยู่ในระดับที่สามารถควบคุมได้

ขอขอบคุณ : บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด(HGF)

- Advertisement -

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.

This website uses cookies to improve your experience. We'll assume you're ok with this, but you can opt-out if you wish. Accept Read More