Gold Around
ข่าวสาร บทวิเคราะห์ ราคาทองคำ

บทวิเคราะห์ราคาทองคำ 20 มิ.ย.65 by YLG

112

- Advertisement -

คำแนะนำ       เปิดสถานะซื้อ $1,831-1,816

จุดทำกำไร    ขายเพื่อทำกำไร $1,858-1,860

ตัดขาดทุน     ตัดขาดทุนสถานะซื้อหากหลุด $1,816

แนวรับ : 1,831 1,816 1,800  แนวต้าน : 1,860 1,879 1,909

สรุป

ราคาทองคำวันศุกร์ที่ผ่านมาปิดปรับตัวลดลง 17.20 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยราคาทองคำได้รับแรงกดดันจากการแข็งค่าของดัชนีดอลลาร์ หลังจากธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ยืนยันว่าจะยังคงดำเนินนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายต่อไป ซึ่งทำให้เกิดช่องว่างของการดำเนินนโยบายการเงินที่แตกต่างกัน (monetary policy divergence) ระหว่างสหรัฐและญี่ปุ่นมากขึ้น

สถานการณ์ดังกล่าวกดดันเงินเยนให้อ่อนค่าลงจนหนุนดัชนีดอลลาร์ให้แข็งค่าขึ้นอย่างมาก ประกอบกับเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) ออกมาแสดงความเห็นในเชิง Hawkish อาทิ นายนีล แคชแครี ประธานเฟดมินเนอาโพลิส ที่กล่าวในวันศุกร์ว่า เขาจะสนับสนุนให้เฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 0.75% ในเดือนหน้า

ปัจจัยดังกล่าวหนุนดัชนีดอลลาร์แข็งค่าขึ้น 0.87% จนเป็นปัจจัยสำคัญที่กดดันให้ราคาทองคำร่วงลงทดสอบระดับต่ำสุดบริเวณ 1,833.83 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อย่างไรก็ดี การปรับตัวลงของทองคำถือว่ายังอยู่ในกรอบจำกัด ส่วนหนึ่งเพราะราคาทองคำได้รับแรงหนุนจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีที่แกว่งตัวใกล้ระดับต่ำสุดของสัปดาห์ ท่ามกลางแรงซื้อพันธบัตรระยะยาวจากความวิตกว่าการขึ้นดอกเบี้ยอย่างแข็งกร้าวของเฟดจะส่งผลกระทบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ

ประกอบกับกองทุน SPDR ถือครองทองคำเพิ่ม +11.60 ตันในวันศุกร์ ซึ่งเป็นการถือครองทองคำเพิ่มในวันเดียวที่มากที่สุดนับตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค. ซึ่งช่วยสกัดช่วงติดลบของราคาทองคำ สำหรับวันนี้ ไม่มีกำหนดการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐ ขณะที่ตลาดหุ้นสหรัฐจะปิดทำการ ส่วนตลาดทองคำ COMEX จะปิดทำการเร็วกว่าปกติในเวลา 01.30 น. เนื่องในวันจูนทีนธ์ (Juneteenth) ซึ่งเป็นวันรำลึกถึงการประกาศอิสรภาพของทาสผิวดำและการสิ้นสุดของการค้าทาสในสหรัฐ

ข่าวสารประกอบการลงทุน

• (+) ผลสำรวจชี้ซีอีโอทั่วโลกกว่า 60% คาดเศรษฐกิจจะถดถอยในปีหน้า Conference Board บริษัทวิจัยธุรกิจเปิดเผยผลสำรวจครั้งใหม่บ่งชี้ว่า ซีอีโอส่วนใหญ่ทั่วโลกคาดว่า เศรษฐกิจจะเข้าสู่ภาวะถดถอยหรือถดถอยแล้ว ซึ่งสะท้อนถึงมุมมองของบรรดาผู้นำธุรกิจที่ว่า แนวโน้มเศรษฐกิจจะซบเซามากขึ้น ขณะที่เงินเฟ้อยังคงพุ่งขึ้น ผลสำรวจบ่งชี้ว่า ซีอีโอมากกว่า 60% คาดว่า เศรษฐกิจจะถดถอยในช่วง 12-18 เดือนข้างหน้า ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างมากจากสิ้นปี 2564 ที่มีซีอีโอเพียง 22% ที่คาดว่า เศรษฐกิจจะถดถอย ทั้งนี้ มีซีอีโอราว 15% ที่เชื่อว่า เศรษฐกิจในภูมิภาคของพวกเขาได้เข้าสู่ภาวะถดถอยแล้ว

• (+) นักเศรษฐศาสตร์ของแบงก์ออฟอเมริกา ซีเคียวริตีส์ (BofAS) คาดว่า มีโอกาสราว 40% ที่เศรษฐกิจสหรัฐจะเข้าสู่ภาวะถดถอยในปีหน้า ขณะที่อัตราเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า BofAS เปิดเผยรายงานวิจัยในวันศุกร์ (17 มิ.ย.) คาดว่า การขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของสหรัฐจะชะลอลงสู่ระดับเกือบ 0% ภายในช่วงครึ่งหลังของปีหน้า เนื่องจากผลกระทบของภาวะการเงินที่ตึงตัวจะทำให้เศรษฐกิจชะลอตัวลง และคาดว่าการขยายตัวของเศรษฐกิจจะดีดตัวขึ้นเพียงเล็กน้อยในปี 2567 นักเศรษฐศาสตร์ของ BofAS คาดว่า มีความเสี่ยงต่ำที่เศรษฐกิจสหรัฐจะเกิดภาวะถดถอยในปีนี้ ขณะที่นายอีธาน แฮร์ริส นักเศรษฐศาสตร์ของ BofAS ระบุในรายงานว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยขึ้นเหนือระดับ 4% เพื่อสกัดเงินเฟ้อ นอกจากนี้ นักเศรษฐศาสตร์ของ BofA Global ยังได้ปรับลดคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจโลกในปีนี้ลงเหลือ 3.2% จาก 4.3% ก่อนหน้านี้ ซึ่งเป็นผลกระทบจากเงินเฟ้อ, สงครามในยูเครน และการล็อกดาวน์เพื่อควบคุมโรคโควิด-19 ในจีน

• (+) เฟดเผยการผลิตภาคอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น 0.2% ในเดือนพ.ค. ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) รายงานในวันนี้ว่า การผลิตภาคอุตสาหกรรมโดยรวมของสหรัฐเพิ่มขึ้น 0.2% ในเดือนพ.ค. หลังจากพุ่งขึ้น 1.4% ในเดือนเม.ย.

• (-) “พาวเวล” ยันเฟดมุ่งมั่นสกัดเงินเฟ้อช่วยสร้างความเชื่อมั่นต่อดอลลาร์ นายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) กล่าวว่า เฟดมีความมุ่งมั่นที่จะสกัดเงินเฟ้อ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญสำหรับระบบการเงินระหว่างประเทศ “ความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้าของเฟดในการรักษาเสถียรภาพราคาได้ช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ดอลลาร์ในฐานะตัวกลางที่เก็บรักษามูลค่า ซึ่งการไปถึงจุดนั้น ผมและกรรมการเฟดได้พุ่งความสนใจไปยังเป้าหมายในการควบคุมเงินเฟ้อให้กลับสู่เป้าหมาย 2% ของเฟด” นายพาวเวลกล่าวในงานสัมมนาซึ่งเฟดจัดขึ้นในหัวข้อ “บทบาทในระดับโลกของสกุลเงินดอลลาร์” “การบรรลุภารกิจของเฟดในการจ้างงานเต็มศักยภาพ พร้อมกับรักษาเสถียรภาพของราคานั้นจะต้องขึ้นอยู่กับการรักษาเสถียรภาพทางการเงินด้วย ซึ่งปัจจัยเหล่านี้จะทำให้ประชาคมระหว่างประเทศยังคงถือครองและใช้สกุลเงินดอลลาร์ต่อไป” นายพาวเวลกล่าว

• (-) ดอลลาร์แข็งค่า หลังธนาคารกลางญี่ปุ่นตรึงนโยบายการเงิน สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันศุกร์ (17 มิ.ย.) เนื่องจากการที่ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ลงมติที่จะยังคงดำเนินนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายต่อไปนั้น ได้ช่วยหนุนดอลลาร์สหรัฐดีดตัวขึ้นอย่างมาก ดัชนีดอลลาร์ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน เพิ่มขึ้น 1.03% แตะที่ 104.6960 ดอลลาร์แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 134.96 เยน จากระดับ 132.00 เยน, แข็งค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9704 ฟรังก์ จากระดับ 0.9638 ฟรังก์ และแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3022 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.2928 ดอลลาร์แคนาดา ยูโรอ่อนค่าลงสู่ระดับ 1.0495 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 1.0580 ดอลลาร์สหรัฐ, ปอนด์อ่อนค่าลงสู่ระดับ 1.2211 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 1.2357 ดอลลาร์สหรัฐ และดอลลาร์ออสเตรเลียอ่อนค่าลงสู่ระดับ 0.6936 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.7064 ดอลลาร์สหรัฐ

• (-) ประธานเฟดมินเนอาโพลิสหนุนขึ้นดอกเบี้ย 0.75% ในเดือนก.ค. นายนีล แคชแครี ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขามินเนอาโพลิส กล่าวว่า เขาลงมติสนับสนุนให้เฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.75% ในการประชุมสัปดาห์นี้ และเขาจะสนับสนุนให้เฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 0.75% ในเดือนหน้า อย่างไรก็ดี นายแคชแครีเตือนว่าเฟดจะต้องใช้ความระมัดระวังอย่าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วและแรงเกินไป

• (+/-) ดาวโจนส์ปิดลบ 38.29 จุด วิตกดอกเบี้ยขาขึ้นถ่วงเศรษฐกิจถดถอย ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลดลงในวันศุกร์ (17 มิ.ย.) และร่วงลงรายสัปดาห์คิดเป็นเปอร์เซ็นต์มากที่สุดในรอบหลายเดือน เนื่องจากนักลงทุนวิตกเกี่ยวกับแนวโน้มที่จะเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอย หลังจากธนาคารกลางทั่วโลกพยายามที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อสกัดกั้นเงินเฟ้อ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 29,888.78 จุด ลดลง 38.29 จุด หรือ -0.13%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,674.84 จุด เพิ่มขึ้น 8.07 จุด หรือ +0.22% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 10,798.35 จุด เพิ่มขึ้น 152.25 จุด หรือ +1.43%

ขอขอบคุณ  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

- Advertisement -

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.

This website uses cookies to improve your experience. We'll assume you're ok with this, but you can opt-out if you wish. Accept Read More