Gold Around
ข่าวสาร บทวิเคราะห์ ราคาทองคำ

บทวิเคราะห์ราคาทองคำ 17 มิ.ย.65 by YLG

129

- Advertisement -

คำแนะนำ       เปิดสถานะซื้อ $1,831-1,816

จุดทำกำไร    ขายเพื่อทำกำไร $1,860-1,879

ตัดขาดทุน     ตัดขาดทุนสถานะซื้อหากหลุด $1,816

แนวรับ : 1,831 1,816 1,800  แนวต้าน : 1,860 1,879 1,909

สรุป

ราคาทองคำวานนี้ปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น  23.80  ดอลลาร์ต่อออนซ์  ท่ามกลางการแกว่งตัวผันผวน  โดยราคาทองคำอ่อนตัวลงก่อน  หลังจากธนาคารกลางสวิตเซอร์แลนด์(SNB) ได้สร้างความประหลาดใจด้วยการประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายสู่ระดับ -0.25% จากระดับ -0.75% ซึ่งการตัดสินใจขึ้นอัตราดอกเบี้ยเป็นครั้งแรกในรอบ 15 ปีของ SNB  สะท้อนการเปลี่ยนแปลงของนโยบายการเงินจากทิศทางดอกเบี้ยขาลงเป็นขาขึ้นในภูมิภาค  

ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลในยูโรโซนพุ่งขึ้นจนหนุนอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีให้พุ่งตามในช่วงสั้น ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันให้ราคาทองคำร่วงลงมาทดสอบระดับต่ำสุดบริเวณ 1,816.12 ดอลลาร์ต่อออนซ์  อย่างไรก็ดี  ราคาทองคำพุ่งขึ้นอย่างแข็งแกร่งในเวลาต่อมา  โดยได้รับแรงหนุนจากการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่ออกมา “แย่เกินคาด” ทุกรายการ  อาทิ  ตัวเลขการเริ่มต้นสร้างบ้านที่ดิ่งแตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนเม.ย. 2021

ส่วนดัชนีภาคการผลิตจากเฟดฟิลาเดลเฟียดิ่งลงเกินคาด  และตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้  ปัจจัยดังกล่าวกระตุ้นความวิตกว่าเศรษฐกิจสหรัฐอาจชะลอตัวลง และมีความเสี่ยงที่จะเกิดสภาวะเศรษฐกิจสหรัฐถดถอยในอนาคต  นั่นกดดันดัชนีดอลลาร์ให้ร่วงลง 1.00% ส่วนอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีกลับมาปรับตัวลดลงจนเป็นปัจจัยสำคัญที่อยู่เบื้องหลังการทะยานขึ้นของราคาทองคำสู่ระดับสูงสุดบริเวณ 1,857.48 ดอลลาร์ต่อออนซ์ 

ด้านกองทุน  SPDR ถือครองทองคำไม่เปลี่ยนแปลง  สำหรับวันนี้  ติดตามถ้อยแถลงของนายเจอโจม พาวเวลล์ประธานเฟด  และการเปิดเผยอัตราการใช้กำลังการผลิต, การผลิตภาคอุตสาหกรรม และดัชนีชี้นำเศรษฐกิจจาก Conference Board

ข่าวสารประกอบการลงทุน

  • (+) ปอนด์-ฟรังก์สวิสพุ่ง ขานรับแบงก์ชาติขึ้นดอกเบี้ย  สกุลเงินปอนด์และฟรังก์สวิสแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันพฤหัสบดี (16 มิ.ย.) หลังจากธนาคารกลางของทั้งสองประเทศปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ขณะที่ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงหลังมีการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่อ่อนแอ ซึ่งรวมถึงตัวเลขว่างงานรายสัปดาห์ที่สูงกว่าการคาดการณ์  ดัชนีดอลลาร์ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ร่วงลง 1.45% แตะที่ 103.6330  ดอลลาร์อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 132.00 เยน จากระดับ 134.09 เยน และอ่อนค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9638 ฟรังก์ จากระดับ 0.9984 ฟรังก์ แต่ดอลลาร์สหรัฐทรงตัวเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.2928 ดอลลาร์แคนาดา  ยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.0580 ดอลลาร์ จากระดับ 1.0424 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์แข็งค่าขึ้นแตะที่ระดับ 1.2357 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2124 ดอลลาร์ ส่วนดอลลาร์ออสเตรเลียแข็งค่าขึ้นแตะที่ระดับ 0.7064 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.6978 ดอลลาร์สหรัฐ
  • (+) ดาวโจนส์ปิดร่วง 741.46 จุด วิตกทั่วโลกแห่ขึ้นดบ.ฉุดศก.ถดถอย  ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดร่วงลงในวันพฤหัสบดี (16 มิ.ย.) โดยดาวโจนส์ดิ่งหลุดจากระดับ 30,000 จุดเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนม.ค. 2564 เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลว่าเศรษฐกิจโลกอาจจะเข้าสู่ภาวะถดถอย หลังจากธนาคารกลางทั่วโลกได้พากันปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อ ซึ่งรวมถึงธนาคารกลางสวิตเซอร์แลนด์และอังกฤษ  ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 29,927.07 จุด ร่วงลง 741.46 จุด หรือ -2.42%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,666.77 จุด ลดลง 123.22 จุด หรือ -3.25% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 10,646.10 จุด ร่วงลง 453.06 จุด หรือ -4.08%
  • (+) ผลสำรวจชี้สหรัฐเผชิญภาวะเศรษฐกิจถดถอยในปีหน้า  นิตยสาร Newsweek เปิดเผยผลการสำรวจ พบว่า นักเศรษฐศาสตร์ 7 ใน 10 คนเชื่อว่าสหรัฐจะเผชิญภาวะเศรษฐกิจถดถอยในปีหน้า ท่ามกลางความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ และเงินเฟ้อที่พุ่งขึ้น  ทั้งนี้ หากประเทศใดประสบภาวะเศรษฐกิจหดตัว 2 ไตรมาสติดต่อกันก็จะเข้าเกณฑ์การเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอย  ผลการสำรวจดังกล่าว ซึ่งจัดทำร่วมกันระหว่างหนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียลไทม์และมหาวิทยาลัยชิคาโก ระบุว่า ปัจจัยสงครามระหว่างรัสเซียและยูเครน รวมทั้งเงินเฟ้อที่พุ่งขึ้นจะส่งผลให้เศรษฐกิจสหรัฐเข้าสู่ภาวะถดถอย  นักเศรษฐศาสตร์ 2% จากจำนวน 47 คนที่เข้าร่วมการสำรวจ เชื่อว่าสหรัฐจะเผชิญภาวะเศรษฐกิจถดถอยในไตรมาส 4/65 หรือก่อนหน้านั้น  อย่างไรก็ดี นักเศรษฐศาสตร์ 38% จากจำนวนดังกล่าวเชื่อว่าสหรัฐจะเผชิญภาวะเศรษฐกิจถดถอยในช่วงครึ่งแรกของปี 2566 ขณะที่ 30% เชื่อว่าจะเกิดขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง
  • (+) เฟดฟิลาเดลเฟียเผยดัชนีภาคการผลิตต่ำกว่าคาดในเดือนมิ.ย.  ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาฟิลาเดลเฟีย เปิดเผยดัชนีภาคการผลิตในภูมิภาคมิด-แอตแลนติก ดิ่งลงสู่ระดับ -3.3 ในเดือนมิ.ย. ซึ่งเป็นการปรับตัวลงติดต่อกันเป็นเดือนที่ 3 หลังจากแตะระดับ +2.6 ในเดือนพ.ค.
  • (+) สหรัฐเผยตัวเลขเริ่มต้นสร้างบ้านดิ่งลงมากกว่าคาดในเดือนพ.ค.  กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า ตัวเลขการเริ่มต้นสร้างบ้านดิ่งลง 14.4% ในเดือนพ.ค. สู่ระดับ 1.549 ล้านยูนิต ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนเม.ย.2564 ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่าลดลงสู่ระดับ 1.68 ล้านยูนิต
  • (-) สหรัฐเผยตัวเลขผู้ขอสวัสดิการว่างงานสูงกว่าคาดในสัปดาห์ที่แล้ว  กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกลดลง 3,000 ราย สู่ระดับ 229,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว แต่สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 215,000 ราย
  • (+/-) BoE ปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 1.25% สูงสุดในรอบ 13 ปี  ธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) มีมติ 6-3 ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% สู่ระดับ 1.25% ในการประชุมวันนี้ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 13 ปีเพื่อสกัดการพุ่งขึ้นของเงินเฟ้อ   คณะกรรมการนโยบายการเงินของ BoE จำนวน 6 คนเห็นชอบต่อมติดังกล่าว ขณะที่อีก 3 คนลงมติให้มีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.50% สู่ระดับ 1.50%  BoE ประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ยในวันนี้สอดคล้องกับการคาดการณ์ของตลาด และเป็นการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเป็นครั้งที่ 5 ติดต่อกันนับตั้งแต่เดือนธ.ค.2564 ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อ
  • (+/-) ฟรังก์สวิสพุ่ง ขานรับแบงก์ชาติสวิสขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกรอบ 15 ปี  ฟรังก์สวิสพุ่งขึ้นเทียบดอลลาร์และยูโรในวันนี้ หลังธนาคารกลางสวิตเซอร์แลนด์สร้างความประหลาดใจด้วยการประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งแรกในรอบ 15 ปี  ณ เวลา 23.03 น.ตามเวลาไทย ฟรังก์สวิสพุ่งขึ้น 2.72% สู่ระดับ 0.967 เทียบดอลลาร์  นอกจากนี้ ฟรังก์สวิสทะยานขึ้น 1.92% สู่ระดับ 1.018 เทียบยูโร และมีแนวโน้มทำสถิติแข็งค่ามากที่สุดในรอบกว่า 7 ปี หรือนับตั้งแต่เดือนม.ค.2558  ทั้งนี้ ธนาคารกลางสวิตเซอร์แลนด์ประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายสู่ระดับ -0.25% จากระดับ -0.75% ซึ่งเป็นการปรับขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนก.ย.2550

ขอขอบคุณ : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

- Advertisement -

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.

This website uses cookies to improve your experience. We'll assume you're ok with this, but you can opt-out if you wish. Accept Read More