Gold Around
ข่าวสาร บทวิเคราะห์ ราคาทองคำ

บทวิเคราะห์ราคาทองคำ 30 พ.ค.65 by YLG

1,565

- Advertisement -

คำแนะนำ       เปิดสถานะขายหากไม่ผ่าน $1,869

จุดทำกำไร    ซื้อคืนเพื่อทำกำไร $1,847-1,836

ตัดขาดทุน     ตัดขาดทุนสถานะขายหากผ่าน $1,869

แนวรับ : 1,836 1,818 1,803  แนวต้าน : 1,869 1,884 1,909

สรุป

ราคาทองคำวันศุกร์ที่ผ่านมาปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 3.30 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ทั้งนี้ ราคาทองคำค่อยๆปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยได้รับแรงหนุนจากการเปิดเผยดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ทั่วไป ซึ่งรวมหมวดอาหารและพลังงานของสหรัฐ ที่ปรับตัว 6.3% ในเดือนเม.ย. เมื่อเทียบรายปี และปรับตัวขึ้นเพียง 0.2% ในเดือนเม.ย.

ซึ่งถือว่าเป็นการเพิ่มขึ้นในอัตราที่น้อยที่สุดตั้งแต่เดือนพ.ย. 2020 บ่งชี้ว่าเงินเฟ้อของสหรัฐอาจผ่านพ้นระดับสูงสุดไปแล้ว ส่งผลให้นักลงทุนยิ่งมองว่าเฟดอาจไม่จำเป็นต้องคุมเข้มนโยบายการเงินอย่างแข็งกร้าวมากเท่าที่เคยคาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ สะท้อนจาก Fed Fund Futures ซึ่งบ่งชี้ถึงการคาดการณ์การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟดในอนาคต พบว่า เทรดเดอร์คาดว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยสะสมรวม 210 bps ซึ่งลดลงจากระดับ 255 bps ในการคาดการณ์เมื่อช่วงต้นเดือนพ.ค. และยังสะท้อนอีกว่าเฟดอาจมีการขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพียง 25 bps ในเดือนก.ย.หากแนวโน้มเงินเฟ้อยังชะลอตัวลงต่อไป

สถานการณ์ดังกล่าวกดดันให้ดัชนีดอลลาร์อ่อนค่าลงแตะระดับต่ำสุดที่ 101.43 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 25 เม.ย. พร้อมปิดอ่อนค่าลงเป็นสัปดาห์ที่ 2 ติดต่อกัน จนเป็นปัจจัยหลักที่หนุนราคาทองคำให้ทะยานขึ้นทดสอบระดับสูงสุดบริเวณ 1,861.82 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ด้านกองทุน SPDR ถือครองทองคำไม่เปลี่ยนแปลง สำหรับวันนี้ไม่มีการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐ ขณะที่ปริมาณการซื้อขายอาจเบาบางกว่าปกติ เนื่องจากตลาดทองคำ ตลาดเงินและตลาดทุนของสหรัฐปิดทำการเนื่องในวันทหารผ่านศึก (Memorial Day)

ข่าวสารประกอบการลงทุน

• (+) สหรัฐสั่งคว่ำบาตรบุคคล-องค์กรช่วยเกาหลีเหนือพัฒนาอาวุธทำลายล้างสูง สหรัฐได้กำหนดมาตรการคว่ำบาตรในวันศุกร์ (27 พ.ค.) กับธนาคารของรัสเซีย 2 แห่ง, บริษัทของเกาหลีเหนือ 1 แห่ง และบุคคล 1 รายในข้อหาสนับสนุนโครงการพัฒนาอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูงของเกาหลีเหนือ ซึ่งเป็นการเพิ่มแรงกดดันต่อเกาหลีเหนือหลังจากทำการยิงขีปนาวุธครั้งใหม่ สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า การประกาศมาตรการคว่ำบาตรล่าสุดของสหรัฐมีขึ้น 1 วัน หลังจากจีนและรัสเซียใช้สิทธิวีโต้หรือยับยั้งมติของสหประชาชาติ (UN) ที่จะดำเนินมาตรการคว่ำบาตรเพิ่มเติมกับเกาหลีเหนือ

• (+) “แบงก์ ออฟ อเมริกา” คาดราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งทะลุ 150 ดอลลาร์ แบงก์ ออฟ อเมริกา ออกรายงานระบุว่า ราคาน้ำมันดิบเบรนท์อาจพุ่งทะลุ 150 ดอลลาร์/บาร์เรล หากการส่งออกน้ำมันจากรัสเซียลดลงอย่างมาก “ขณะนี้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์กำลังใกล้เป้าหมายของเราที่ระดับ 120 ดอลลาร์ เราเชื่อว่าการดิ่งลงของการส่งออกน้ำมันจากรัสเซียจะส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งทะลุ 150 ดอลลาร์” รายงานระบุ นอกจากนี้ แบงก์ ออฟ อเมริกายังคาดการณ์ว่า ราคาน้ำมันดิบเบรนท์จะมีราคาเฉลี่ยที่ระดับ 104.48 ดอลลาร์/บาร์เรลในปีนี้ และ 100 ดอลลาร์/บาร์เรลในปีหน้า

• (+) ผลสำรวจม.มิชิแกนชี้ความเชื่อมั่นผู้บริโภคต่ำสุดรอบกว่า 10 ปี ผลสำรวจของมหาวิทยาลัยมิชิแกนระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐดิ่งลงสู่ระดับ 58.4 ในเดือนพ.ค. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนส.ค.2554 และต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 59.1 หลังจากแตะระดับ 65.2 ในเดือนเม.ย.

• (+) สหรัฐเผยดัชนี PCE บ่งชี้เงินเฟ้อถึงจุดพีค หลังพุ่งนิวไฮ 40 ปี กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ทั่วไป ซึ่งรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้น 6.3% ในเดือนเม.ย. เมื่อเทียบรายปี โดยชะลอตัวลงหลังจากพุ่งแตะระดับ 6.6% ในเดือนมี.ค. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 40 ปี หรือนับตั้งแต่เดือนม.ค.2525 ทั้งนี้ การชะลอตัวของดัชนี PCE ทั่วไปในเดือนเม.ย. ถือเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนพ.ย.2563 เมื่อเทียบรายเดือน ส่วนดัชนี PCE ทั่วไป ปรับตัวขึ้น 0.2% ในเดือนเม.ย. จากระดับ 0.9% ในเดือนมี.ค. ส่วนดัชนี PCE พื้นฐาน ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน และเป็นมาตรวัดอัตราเงินเฟ้อที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ให้ความสำคัญ เพิ่มขึ้น 4.9% ในเดือนเม.ย. เมื่อเทียบรายปี สอดคล้องกับตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ และชะลอตัวจากระดับ 5.2% ในเดือนมี.ค.

• (+) ดอลล์อ่อนค่า หลังข้อมูลชี้เงินเฟ้อสหรัฐชะลอตัว ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันศุกร์ (27 พ.ค.) หลังสหรัฐเปิดเผยดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ซึ่งบ่งชี้ว่า ภาวะเงินเฟ้อในสหรัฐชะลอตัวลง ซึ่งจะส่งผลให้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ดัชนีดอลลาร์

ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลดลง 0.16% สู่ระดับ 101.6670 ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเยนที่ระดับ 127.10 เยน จากระดับ 127.17 เยน, อ่อนค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิสที่ระดับ 0.9576 ฟรังก์ จากระดับ 0.9593 ฟรังก์ และยังอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดาที่ระดับ 1.2724 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.2772 ดอลลาร์แคนาดา ยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐที่ระดับ 1.0734 ดอลลาร์ จากระดับ 1.0724 ดอลลาร์, เงินปอนด์แข็งค่าขึ้นแตะที่ระดับ 1.2626 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2595 ดอลลาร์ และดอลลาร์ออสเตรเลียแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐที่ระดับ 0.7156 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.7093 ดอลลาร์

• (-) สหรัฐเผยการใช้จ่ายผู้บริโภคเพิ่มเกินคาดในเดือนเม.ย. กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า การใช้จ่ายของผู้บริโภคสหรัฐเพิ่มขึ้น 0.9% ในเดือนเม.ย. สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 0.7% หลังจากพุ่งขึ้น 1.4% ในเดือนมี.ค.

• (-) ดาวโจนส์ปิดพุ่ง 575.77 จุด หลังตลาดคลายกังวลเงินเฟ้อ ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นต่อเนื่องในวันศุกร์ (27 พ.ค.) หลังสหรัฐเปิดเผยดัชนีราคาใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) บ่งชี้ว่า เงินเฟ้อของสหรัฐได้แตะระดับสูงสุดแล้ว ซึ่งจะส่งผลให้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สามารถชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อไม่ให้เศรษฐกิจเข้าสู่ภาวะถดถอย ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 33,212.96 จุด พุ่งขึ้น 575.77 จุด หรือ +1.76%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 4,158.24 จุด พุ่งขึ้น 100.40 จุด หรือ +2.47% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 12,131.13 จุด พุ่งขึ้น 390.48 จุด หรือ +3.33%

• (-) “ปูติน” ยืนยันส่งก๊าซให้ออสเตรีย พร้อมเจรจาแลกเปลี่ยนนักโทษกับยูเครน นายคาร์ล เนแฮมเมอร์ นายกรัฐมนตรีออสเตรีย กล่าวว่า ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย ยืนยันว่ารัสเซียยังคงยึดมั่นต่อการจัดส่งก๊าซธรรมชาติให้แก่ออสเตรีย ทั้งนี้ นายเนแฮมเมอร์ได้สนทนากับปธน.ปูตินทางโทรศัพท์วันนี้ โดยมีการหารือเกี่ยวกับสถานการณ์ในยูเครน

ขอขอบคุณ : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

- Advertisement -

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.

This website uses cookies to improve your experience. We'll assume you're ok with this, but you can opt-out if you wish. Accept Read More