Gold Around
ข่าวสาร บทวิเคราะห์ ราคาทองคำ

บทวิเคราะห์ราคาทองคำ 24 พ.ค.65 by YLG

112

- Advertisement -

คำแนะนำ       เปิดสถานะซื้อ $1,843-1,832

จุดทำกำไร    ขายเพื่อทำกำไร $1,873

ตัดขาดทุน     ตัดขาดทุนสถานะซื้อหากหลุด $1,832

แนวรับ : 1,832 1,811 1,786  แนวต้าน : 1,873 1,839 1,909

สรุป

ราคาทองคำวานนี้ปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 7.00 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยราคาทองคำได้รับแรงหนุนหลักจากการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์ ทั้งนี้ ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน อ่อนค่าลง -0.82% แตะที่ 102.093

เนื่องจากได้รับแรงกดดันจากแรงเทขายดอลลาร์ในฐานะสกุลเงินปลอดภัย หลังจากนักลงทุนกลับมาเปิดรับความเสี่ยง (Risk on) ขานรับข่าวที่ว่าประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐ เตรียมจะยุติการทำสงครามการค้ากับจีน โดยเขาระบุว่า กำลังพิจารณาที่จะปรับลดภาษีสินค้านำเข้าจากจีน โดยจะหารือเรื่องดังกล่าวกับนางเจเน็ต เยลเลน รัฐมนตรีคลังสหรัฐหลังจากเสร็จสิ้นภารกิจการเดินทางเยือนญี่ปุ่น และกลับสู่สหรัฐ

นอกจากนี้ ดัชนีดอลลาร์ยังได้รับแรงกดดันเพิ่มจากการแข็งค่าของสกุลเงินยูโร หลังนางคริสติน ลาการ์ด ประธานธนาคารกลางยุโรป (ECB) กล่าววานนี้ว่า ECB มีแนวโน้มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนก.ค. และอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก (Deposit Rate) จะกลับมาอยู่ในแดนบวกในช่วงสิ้นสุดไตรมาส 3 จากปัจจุบันอยู่ที่ระดับ -0.50% สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้เงินยูโรแข็งค่าขึ้น 1.22% สู่ระดับ 1.069 ดอลลาร์ จนเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่หนุนให้ราคาทองคำพุ่งขึ้นทดสอบระดับสูงสุดในรอบ 2 สัปดาห์ที่ 1,865.26 ดอลลาร์ต่อออนซ์

อย่างไรก็ดี ราคาทองคำลดช่วงบวกลงในช่วงปลายตลาดสหรัฐท่ามกลางแรงขายทำกำไรและแรงขายทางเทคนิค ด้านกองทุน SPDR ถือครองทองคำเพิ่ม +4.64 ตัน สำหรับวันนี้ ติดตามการเปิดเผยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตและภาคการบริการ, ยอดขายบ้านใหม่และดัชนีภาคการผลิตจากเฟดสาขาริชมอนด์ พร้อมจับตาถ้อยแถลงของนายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)

ข่าวสารประกอบการลงทุน

• (+) ยูโรแข็งค่าเทียบดอลล์ รับคาดการณ์ ECB เร่งขึ้นดอกเบี้ย ยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันจันทร์ (23 พ.ค.) ขานรับแนวโน้มที่ธนาคารกลางยุโรป (ECB) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมนโยบายการเงินในเดือนก.ค.และก.ย. ทั้งนี้ ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลดลง 1.04% แตะที่ 102.0760 ยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.0562 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 1.0550 ดอลลาร์

ขณะที่เงิปอนด์แข็งค่าขึ้นแตะที่ระดับ 1.2495 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2471 ดอลลาร์ ส่วนดอลลาร์ออสเตรเลียแข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 0.7108 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.7020 ดอลลาร์สหรัฐ ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 127.85 เยน จากระดับ 127.80 เยน แต่ดอลลาร์อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9737 ฟรังก์ จากระดับ 0.9758 ฟรังก์ และอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.2837 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.2847 ดอลลาร์แคนาดา

• (+) แบงก์ชาติฝรั่งเศสฟันธง ECB ขึ้นดอกเบี้ยเดือนก.ค.,ก.ย. นายฟรังซัวส์ วิลเลอรอย เดอ กาลฮาว ผู้ว่าการธนาคารกลางฝรั่งเศส กล่าวว่า มีความเป็นไปได้อย่างมากที่ธนาคารกลางยุโรป (ECB) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมนโยบายการเงินในเดือนก.ค.และก.ย. “ถ้าคุณพิจารณาสิ่งที่คุณคริสติน ลาการ์ด ประธาน ECB กล่าวเมื่อเช้าวันนี้ คุณจะพบว่า ECB จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยค่อนข้างแน่นอน ขณะที่กรรมการ ECB มีความเห็นสอดคล้องกัน” นายวิลเลอรอยกล่าวในการประชุมเวิลด์ อิโคโนมิก ฟอรั่ม (WEF)

• (+) ‘เซเลนสกี’ เรียกร้องประชาคมโลกเพิ่มการคว่ำบาตรภาคพลังงาน-การเงินรัสเซีย ประธานาธิบดียูเครน โวโลดิเมียร์ เซเลนสกี กล่าวในวันจันทร์ต่อที่ประชุม World Economic Forum เรียกร้องให้ประชาคมโลกเพิ่มแรงกดดันต่อรัสเซีย ด้วยการคว่ำบาตรภาคพลังงานและการเงินของรัสเซีย และยุติการค้าทั้งหมดกับรัสเซีย เซเลนสกีกล่าวเป็นภาษายูเครน และมีการแปลเป็นภาษาอังกฤษต่อผู้เข้าร่วมประชุมว่า “มาตรการลงโทษต่อรัสเซียควรนำมาใช้ในขั้นที่รุนแรงที่สุด เพื่อที่รัสเซียและประเทศอื่นที่คิดจะรุกรานด้วยการทำสงครามในประเทศเพื่อนบ้านต้องรับรู้อย่างชัดเจนถึงผลที่จะตามมาทันทีจากการกระทำนั้น” ผู้นำยูเครนระบุว่า หากมีการนำมาตรการลงโทษขั้นรุนแรงมาใช้ตั้งแต่เมื่อสามเดือนก่อน จะสามารถช่วยชีวิตประชาชนได้หลายหมื่นคน

• (-) ดาวโจนส์ปิดพุ่ง 618.34 จุด รับแรงซื้อหุ้นแบงก์-สงครามการค้าใกล้ยุติ ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นในวันจันทร์ (23 พ.ค.) โดยได้ปัจจัยหนุนจากแรงซื้อหุ้นกลุ่มธนาคาร รวมทั้งข่าวที่ว่าประธานาธิบดีโจ ไบเดนส่งสัญญาณยุติการทำสงครามการค้ากับจีน ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 31,880.24 จุด พุ่งขึ้น 618.34 จุด หรือ +1.98%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,973.75 จุด เพิ่มขึ้น 72.39 จุด หรือ +1.86% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 11,535.27 จุด เพิ่มขึ้น 180.66 จุด หรือ +1.59%

• (-) คาดสหรัฐ-จีนปิดฉากสงครามการค้า 6 ก.ค. สิ้นสุดคำสั่งยุค “โดนัลด์ ทรัมป์” ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐ ส่งสัญญาณยุติการทำสงครามการค้ากับจีนในวันนี้ โดยกล่าวว่า เขากำลังพิจารณาที่จะปรับลดภาษีสินค้านำเข้าจากจีน ปธน.ไบเดนกล่าวว่า เขาจะหารือเรื่องดังกล่าวกับนางเจเน็ต เยลเลน รัฐมนตรีคลังสหรัฐ หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจการเดินทางเยือนญี่ปุ่น และกลับสู่สหรัฐ “ผมกำลังพิจารณาเรื่องนี้ โดยเราไม่ได้เป็นผู้กำหนดมาตรการเก็บภาษีดังกล่าว แต่เป็นรัฐบาลชุดที่แล้ว” ปธน.ไบเดนกล่าวในการแถลงข่าวร่วมกับนายฟูมิโอะ คิชิดะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น

ขอขอบคุณ : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

- Advertisement -

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.

This website uses cookies to improve your experience. We'll assume you're ok with this, but you can opt-out if you wish. Accept Read More