Gold Around
ข่าวสาร บทวิเคราะห์ ราคาทองคำ

นักลงทุนจับตาท่าทีเฟด หลังเงินเฟ้อ เม.ย. ยังสูง หวั่นเฟดใช้ยาแรงทำ ศก.ถดถอย

227

- Advertisement -

นาง เคธี วูด ซีอีโอ Ark Investment Management กล่าวว่า เศรษฐกิจโลกกำลังเข้าสู่ภาวะถดถอย และตลาดหุ้นที่ผันผวนอย่างหนักในช่วงที่ผ่านมา เป็นสัญญาณบ่งชี้ว่า นักลงทุนเชื่อว่าการที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) มีแผนจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างต่อเนื่องเป็นการดำเนินการที่แข็งกร้าวเกินไป

CATHIE WOOD

นางวูดฯ กล่าวว่า มีสัญญาณบ่งชี้ว่าตลาดหุ้นสหรัฐฯ กำลังเผชิญกับแนวโน้มขาลง โดยดัชนี S&P500 ร่วงลงราว 16% แล้วในปีนี้ ซึ่งใกล้เคียงกับหลักเกณฑ์การวัดภาวะตลาดขาลงที่กำหนดว่าดัชนีต้องทรุดตัวลง 20%

ทั้งนี้ ตลาดมีความกังวลจากที่มีคาดการณ์ที่ว่า เฟดมีแผนที่จะปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.50% ในการประชุมเดือน มิ.ย. และ ก.ค. และกำลังตั้งคำถามเกี่ยวกับกลยุทธ์ของเฟด ที่ใช้สกัดตัวเลขเงินเฟ้อ

เมื่อวานนี้ ได้มีการประกาศดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือน เม.ย. ของสหรัฐฯ โดย CPI เดือน เม.ย. เพิ่มขึ้น 8.3% เมื่อเทียบเป็นรายปี จากที่เคยคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 8.1% เมื่อเทียบเป็นรายปี ทำให้นักลงทุนมีความกังวลมากขึ้นว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ จะเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วขึ้นและรุนแรงขึ้น

ขณะที่ สถาบันวิจัยเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติของอังกฤษ (NIESR) ประเมินว่า

การที่รัสเซียบุกโจมตียูเครน จะทำให้ผลผลิตทางเศรษฐกิจทั่วโลกลดลง 1.1% หรือ 1.5 ล้านล้านดอลลาร์ ในปีนี้ และอังกฤษจะเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยทางเทคนิค ในช่วงครึ่งหลังของปี 2565 และมาตรฐานการครองชีพจะได้รับผลกระทบที่รุนแรง อันเนื่องมาจากเงินเฟ้อที่พุ่งสูงขึ้น

พร้อมคาดการณ์ว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) จะลดลง 0.2% ในไตรมาสที่ 3 ปี 2565 และ 0.4% ในช่วงสามเดือนสุดท้ายของปีนี้ ซึ่งการหดตัวลงติดต่อกัน 2 ไตรมาสนั้น จะแสดงถึงภาวะเศรษฐกิจถดถอย

ขณะเดียวกัน ยังได้ปรับลดคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจอังกฤษสำหรับปี 2565 ลงเหลือ 3.5% จาก 4.8% และปรับลดคาดการณ์การเติบโตของปี 2566 สู่ระดับ 0.8% จาก 1.3% สูงกว่าที่ธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) คาดการณ์ไว้ ว่าเศรษฐกิจจะหดตัว 0.25% ในปี 2566

- Advertisement -

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.

This website uses cookies to improve your experience. We'll assume you're ok with this, but you can opt-out if you wish. Accept Read More