Gold Around
ข่าวสาร บทวิเคราะห์ ราคาทองคำ

บทวิเคราะห์ราคาทองคำ 6 พ.ค.65 by YLG

41

- Advertisement -

คำแนะนำ       เปิดสถานะซื้อ 1,860

จุดทำกำไร     ขายเพื่อทำกำไร $1,902-1,889

ตัดขาดทุน     ตัดขาดทุนสถานะซื้อหากหลุด $1,860

แนวรับ : 1,860 1,841 1,823  แนวต้าน : 1,902 1,920 1,934

สรุป

ราคาทองคำวานนี้ปิดปรับตัวลดลง 4.60 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แม้ในระหว่างวันราคาทองคำจะปรับตัวเพิ่มขึ้นทดสอบระดับสูงสุดบริเวณ 1,909.69 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่ราคาทองคำไม่สามารถรักษาช่วงบวกไว้ได้ เนื่องจากได้รับแรงกดดันจากปัจจัยต่างๆ ได้แก่ (1.) แรงขายทำกำไรและแรงขายทางเทคนิคหลังราคาเข้าสู่ภาวะซื้อมากเกินไป(Overbought) และเกิดสัญญาณ Bearish Divergence (2.) นักลงทุนกลับมาคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด)จะขึ้นดอกเบี้ย 0.75% ในการประชุมเดือนมิ.ย. สะท้อน FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า ขณะนี้นักลงทุนกลับมาให้น้ำหนัก 75% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.75% ในการประชุมวันที่ 14-15 มิ.ย. เพิ่มขึ้นจากระดับ 0% หลังการประชุมเฟดเสร็จสิ้น (3.) อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีพุ่งขึ้นเหนือ 3.1% เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนพ.ย. 2018 ซึ่งกดดันทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ไม่ได้ให้ผลตอบแทนในรูปแบบของดอกเบี้ย (4.) ดัชนีดอลลาร์พุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 20 ปี ที่ 103.94 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ธ.ค. 2002 ขานรับการคาดการณ์เกี่ยวกับเฟด และแรงซื้อดอลลาร์ในฐานะสกุลเงินปลอดภัยหลังจากตลาดหุ้นสหรัฐดิ่งลงอย่างหนัก (5.) ค่าเงินปอนด์ร่วงลงสู่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนมิ.ย. 2020 หลังจากที่ธนาคารกลางอังกฤษ(บีโออี)ขึ้นอัตราดอกเบี้ยสู่ระดับ 1% แต่เตือนว่าเศรษฐกิจมีความเสี่ยงที่จะถดถอย และ (6.) เงินยูโรอ่อนค่าลงหลังจากยอดคำสั่งซื้อภาคโรงงานของเยอรมนีลดลงเกินคาดถึง 4.7% ในเดือนมีนาคม ปัจจัยที่กล่าวมาฉุดทองคำให้ดิ่งลงเกือบ 40 ดอลลาร์ต่อออนซ์จากระดับสูงสุดในระหว่างวันสู่ระดับต่ำสุดบริเวณ 1,872.20 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ก่อนจะปรับตัวลงต่อในช่วงเช้าวันนี้ของตลาดเอเชีย ด้านกองทุน SPDR ถือคองทองคำลดลง -4.06 ตัน สำหรับวันนี้ติดตามการเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร, อัตราการว่างงาน และรายได้เฉลี่ยต่อชั่วโมงแรงงานของสหรัฐ

ข่าวสารประกอบการลงทุน

  • (+) สหรัฐเผยตัวเลขผู้ขอสวัสดิการว่างงานสูงกว่าคาดในสัปดาห์ที่แล้ว  กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกเพิ่มขึ้น 19,000 ราย สู่ระดับ 200,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนก.พ. และเป็นตัวเลขการเพิ่มขึ้นรายสัปดาห์มากที่สุดนับตั้งแต่เดือนก.ค.2564  นักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่าตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกอยู่ที่ระดับ 182,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว
  • (+) ดาวโจนส์ปิดร่วง 1,063.09 จุด วิตกเฟดขึ้นดบ. 0.75% เดือนหน้า  ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดทรุดตัวลงกว่า 1,000 จุดในวันพฤหัสบดี (5 พ.ค.) โดยตลาดถูกกดดันจากกระแสคาดการณ์ที่ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.75% ในการประชุมเดือนหน้า แม้นายเจอโรม พาวเวล ประธานเฟดส่งสัญญาณว่า เฟดยังไม่ได้พิจารณาเรื่องการปรับขึ้นดอกเบี้ยรุนแรงขนาดนั้นก็ตาม  ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 32,997.97 จุด ดิ่งลง 1,063.09 จุด หรือ -3.12%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 4,146.87 จุด ลดลง 153.30 จุด หรือ -3.56% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 12,317.69 จุด ร่วงลง 647.16 จุด หรือ -4.99%
  • (+) รัสเซียเผยยิงถล่มฝ่ายยูเครนดับกว่า 600 คน  รัสเซียเปิดเผยวันนี้ (5 พ.ค.) ว่า ขีปนาวุธของกองทัพรัสเซียได้โจมตีสถานที่และป้อมปราการหลายแห่งในยูเครน รวมถึงสังหารกองกำลังผู้รักชาติฝ่ายยูเครนไปกว่า 600 คน  กระทรวงกลาโหมรัสเซียยังเปิดเผยว่า ขีปนาวุธของฝ่ายตนได้ทำลายอุปกรณ์การบินที่ฐานทัพอากาศคานาโตโวของยูเครน รวมถึงคลังแสงขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของเมืองนิโคลาเยฟด้วย  นับตั้งแต่รัสเซียเปิดปฏิบัติการพิเศษทางทหารเมื่อวันที่ 24 ก.พ. ที่ผ่านมา กองกำลังยูเครนได้ต่อต้านอย่างหนัก ขณะที่บรรดาชาติตะวันตกต่างประกาศคว่ำบาตรรัสเซีย เพื่อกดดันให้ถอนกำลังทหารออกจากยูเครน
  • (+) ราคาน้ำมัน WTI พุ่งกว่า 1% ทะลุ $109 ขานรับผลประชุมโอเปกพลัส  สัญญาน้ำมันดิบล่วงหน้า WTI พุ่งขึ้นกว่า 1% ทะลุระดับ 109 ดอลลาร์ ขานรับผลการประชุมของกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) และชาติพันธมิตร หรือโอเปกพลัสในวันนี้  ณ เวลา 19.27 น.ตามเวลาไทย สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ส่งมอบเดือนมิ.ย. ซึ่งมีการซื้อขายที่ตลาด NYMEX พุ่งขึ้น 1.24 ดอลลาร์ หรือ 1.15% สู่ระดับ 109.05 ดอลลาร์/บาร์เรล
  • (-) คำพูด “พาวเวล” ไม่ขลัง นักลงทุนยังคงคาดเฟดขึ้นดอกเบี้ย 0.75% เดือนหน้า  นักลงทุนยังคงคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.75% ในการประชุมกำหนดนโยบายการเงินในเดือนมิ.ย. แม้นายเจอโรม พาวเวล ประธานเฟด ยืนยันว่า เฟด “ยังไม่ได้พิจารณา” ที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยมากถึง 0.75%  ทั้งนี้ FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 75% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.75% ในการประชุมวันที่ 14-15 มิ.ย. เพิ่มขึ้นจากระดับ 19% เมื่อเดือนที่แล้ว  นอกจากนี้ นักลงทุนยังคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยรวมมากกว่า 2.00% ในปีนี้ ซึ่งจะทำให้อัตราดอกเบี้ยระยะสั้นแตะระดับ 2.85% ในช่วงสิ้นปีนี้ 
  • (-) ดอลล์แข็งค่า รับคาดการณ์เฟดขึ้นดบ. 0.75% เดือนหน้า  ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันพฤหัสบดี (5 พ.ค.) โดยได้ปัจจัยหนุนจากการคาดการณ์ที่ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.75% ในการประชุมเดือนมิ.ย. แม้นายเจอโรม พาวเวล ประธานเฟด ยืนยันว่าเฟดยังไม่ได้พิจารณาที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยมากถึง 0.75% ก็ตาม  ทั้งนี้ ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน พุ่งขึ้น 1.14% แตะที่ 103.7540  ดอลลาร์แข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 130.31 เยน จากระดับ 128.73 เยน และแข็งค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9873 ฟรังก์ จากระดับ 0.9747 ฟรังก์ นอกจากนี้ ดอลลาร์สหรัฐยังแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.2853 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.2740 ดอลลาร์แคนาดา  ยูโรอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.0519 ดอลลาร์ จากระดับ 1.0621 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์อ่อนค่าลงแตะที่ระดับ 1.2350 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2581 ดอลลาร์
  • (-) บอนด์ยีลด์สหรัฐพุ่งทะลุ 3% นิวไฮ 4 ปี ขานรับทิศทางดอกเบี้ยขาขึ้น  อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี พุ่งขึ้นสู่ระดับ 3.09% ในวันนี้ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2561 ขานรับทิศทางอัตราดอกเบี้ยขาขึ้นของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)  ณ เวลา 23.14 น.ตามเวลาไทย อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ดีดตัวสู่ระดับ 3.088% หลังแตะ 3.09% ก่อนหน้านี้ ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 30 ปี ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 3.182%
  • (+/-) BoE ปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 1.00% สูงสุดในรอบ 13 ปี  ธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) มีมติปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% สู่ระดับ 1.00% ในการประชุมวันนี้ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 13 ปีเพื่อสกัดการพุ่งขึ้นของเงินเฟ้อ  BoE ประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ยในวันนี้สอดคล้องกับการคาดการณ์ของตลาด และเป็นการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเป็นครั้งที่ 4 ติดต่อกันนับตั้งแต่เดือนธ.ค.2564 ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อ

ขอขอบคุณ : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

- Advertisement -

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.

This website uses cookies to improve your experience. We'll assume you're ok with this, but you can opt-out if you wish. Accept Read More