Gold Around
ข่าวสาร บทวิเคราะห์ ราคาทองคำ

บทวิเคราะห์ราคาทองคำ 7 เม.ย.65 by GCAP

135

- Advertisement -

แนวโน้มราคาทองคำช่วงเช้า

ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันพุธ (6 เม.ย.) หลังรายงานการประชุมเดือนมี.ค.ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ระบุว่า กรรมการเฟดเห็นพ้องที่จะปรับลดขนาดของงบดุลและเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อ

มุมมองทองคำภาคเช้า 

ทองคำปรับตัวลง หลังจากอัตราผลตอบแทนของพันธบัตรอายุ 10 ปีพุ่งขึ้นเหนือระดับ 2.65% เมื่อคืนนี้ โดยการพุ่งขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐจะเพิ่มต้นทุนค่าเสียโอกาสในการถือครองทองคำ เนื่องจากทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย 

นอกจากนี้ ตลาดทองคำยังได้รับแรงกดดันจากความกังวลที่ว่าเฟดจะเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ หลังจากที่นางเบรนาร์ดกล่าวว่า เฟดควรปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างเป็นระบบ และเร่งปรับลดขนาดงบดุลจากระดับสูงเกือบ 9 ล้านล้านดอลลาร์ โดยเริ่มตั้งแต่เดือนพ.ค. พร้อมกับกล่าวว่า ขณะนี้เงินเฟ้ออยู่ในระดับที่สูงเกินไป และการชะลอเงินเฟ้อถือเป็นภารกิจที่มีความสำคัญอย่างมาก ด้านกองทุน SPDR ไม่มีการซื้อเพิ่มเติม 

นอกจากนี้นักลงทุนยังต้องติดตามตัวเลขเศรษฐกิจที่จะประกาศในคืนนี้ได้แก่  จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงาน   เป็นต้น         

สรุปภาวะแลกเปลี่ยนเงินตรา

ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันพุธ (6 เม.ย.) หลังรายงานการประชุมเดือนมี.ค.ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ระบุว่า กรรมการเฟดเห็นพ้องที่จะปรับลดขนาดของงบดุลและเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อ

แนะแนวทางการลงทุน

แนวรับ 1,909–1,904- 1,898

แนวต้าน  1,938–1,941 –1,946

ราคาทองคำเคลื่อนไหวในกรอบ โดยมีปัจจัยกดดันราคา จากการแข็งค่าของดอลลาร์และการพุ่งขึ้นของอัตราผลตอบ-แทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐเป็นปัจจัยกดดันตลาดหลังเจ้าหน้าที่เฟดได้สนับสนุนให้เฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยและเร่งปรับลดขนาดของงบดุลเพื่อสกัดกั้นเงินเฟ้อ   แนะเก็งกำไรภายในกรอบ

ขอขอบคุณ : บริษัท จีแคป จำกัด

- Advertisement -

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.

This website uses cookies to improve your experience. We'll assume you're ok with this, but you can opt-out if you wish. Accept Read More