Gold Around
ข่าวสาร บทวิเคราะห์ ราคาทองคำ

ราคาทองคำไตรมาส 2 จะรุ่ง หรือ จะร่วง อยู่ที่ 6 ประเด็นนี้

1,876

- Advertisement -

หลังจากที่เราพาไป ย้อนรอยเหตุการณ์หรือเรื่องราวสำคัญที่เกิดขึ้นในช่วง 3 เดือนแรก ของปี 2565 มีหลายประเด็นที่ยังส่งผลต่อเนื่อง ต่อการเคลื่อนไหวของราคาทองคำในไตรมาส 2

คุณฐิภา นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด กล่าวกับ GoldAround.com ว่า

การเคลื่อนไหวของราคาทองคำในไตรมาส 2 ยังคงขึ้นอยู่ปัจจัยพื้นฐานเป็นสำคัญ เนื่องจากราคาทองคำในช่วงที่ผ่านมา ถูกผลักดันด้วยกระแสการลงทุน และ กระแสความเชื่อมั่นในทองคำ นักลงทุนจึงต้องติดตามข่าวสาร และ ปัจจัยพื้นฐานอย่างใกล้ชิด ได้แก่

1. สถานการณ์ความตึงเครียดในยูเครน :

หากการโจมตียูเครนโดยรัสเซียยังคงดำเนินต่อไป จะเป็นปัจจัยสำคัญที่กดดันการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง จนกระตุ้นแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำ

2. ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ โดยเฉพาะราคาน้ำมัน :

รัสเซียเป็นผู้ผลิตน้ำมันดิบเป็นอันดับ 2 ของโลก รองจากซาอุดิอาระเบีย หากการส่งออกน้ำมันของรัสเซียส่วนใหญ่ถูกแบนอาจมีการขาดแคลนน้ำมัน 5 ล้านบาร์เรลต่อวัน หรือมากกว่านั้น และอาจส่งผลให้ราคาพุ่งสูงถึง 200 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งราคาพลังงานที่พุ่งขึ้น จะยิ่งกระตุ้นความกังวลเกี่ยวกับการชะลอตัวทางเศรษฐกิจ พร้อมกับกระตุ้นเงินเฟ้อ ซึ่งจะเป็นปัจจัยหนุนทองทั้งในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย และสินทรัพย์ที่ช่วยป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ

3. การเคลื่อนไหวของสินทรัพย์เสี่ยงอย่างตลาดหุ้น :

เมื่อนักลงทุนกังวลเกี่ยวกับการชะลอตัวทางเศรษฐกิจ จะทำให้นักลงทุนปิดรับความเสี่ยง (Risk off) ด้วยการเทขายหุ้นจนกระตุ้นแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำเช่นกัน

4. กระแสเงินทุนไหลเข้ากองทุน ETF ทองคำ :

เมื่อความเชื่อมั่นในทองคำเพิ่มสูงขึ้น จะก่อให้เกิดกระแสเงินทุนไหลเข้ากองทุน SPDR ซึ่งเป็นกองทุน ETF ทองคำที่ใหญ่ที่สุดในโลก สะท้อนจากข้อมูลของ SPDR ที่บ่งชี้ว่า SPDR ถือครองทองคำเพิ่มแล้วกว่า 115 ตันในปีนี้

5. ทิศทางการดำเนินนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) :

สถานการณ์ในยูเครน จะทำให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นจนเป็นปัจจัยกระตุ้นเงินเฟ้อ ส่งผลให้เฟดยิ่งเร่งขึ้นดอกเบี้ย เพื่อสกัดเงินเฟ้อ โดยมีความเป็นไปได้มากขึ้นที่เฟดจะใช้ยาแรงในช่วงไตรมาส 2 ด้วยการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยทีละ 50 bps รวมถึงเริ่มต้นขนาดงบดุล ซึ่งจะเป็นปัจจัยเสี่ยงเชิงลบต่อราคาทองคำในไตรมาสนี้

6. ผลกระทบทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นจากการคว่ำบาตรรัสเซีย รวมไปถึงการเร่งคุมเข้มนโยบายการเงินของเฟด :

รัสเซียอาจยิ่งเผชิญการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจมากยิ่งขึ้น จะส่งผลให้ราคาพลังงานปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่เฟดเร่งขึ้นอัตราดอกเบี้ย อาจเป็นอีกปัจจัยที่บั่นทอนการเติบโตทางเศรษฐกิจเช่นเดียวกัน และ 2 ประเด็นนี้เกิดขึ้นในห้วงเวลาเดียวกัน ทำให้นักลงทุนยิ่งวิตกว่าเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจสหรัฐฯ กำลังเผชิญกับความเสี่ยง ซึ่งความวิตกนี้เองอาจส่งผลให้ราคาทองคำยังคงสามารถยืดหยุ่นได้ แม้เผชิญกับปัจจัยกดดันจากการเร่งขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟดก็ตาม

คุณฐิภา นววัฒนทรัพย์ - YLG
คุณฐิภา นววัฒนทรัพย์ – YLG

คุณฐิภา นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด กล่าวเพิ่มเติมว่า จากที่กล่าวมาข้างต้น จะเห็นได้ว่ามีทั้งปัจจัยบวกและปัจจัยลบที่จะส่งผลต่อการเคลื่อนไหวของราคาทองคำในไตรมาส 2 ของปีนี้

สถานการณ์ความตึงเครียดในยูเครนส่งกระทบเป็นวงกว้าง และส่งผลต่อกันเป็นทอด ๆ และหากยิ่งยืดเยื้อ จะยิ่งลุกลามกลายเป็นปัญหาทางเศรษฐกิจได้

ดังนั้น หากความตึงเครียดในยูเครนดำเนินต่อไป เชื่อว่าทิศทางราคาทองคำจะยังคงสดใส แม้มีแรงขายทำกำไรสลับออกมาเป็นระยะ จะถือเป็นโอกาสในการเข้าซื้อ ท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่เป็นบวกต่อทองคำ

อย่างไรก็ดี หากความตึงเครียดในยูเครนสิ้นสุดลง ทิศทางทองคำจะวกกลับ บวกรวมกับเฟดที่ยังเดินหน้าเร่งขึ้นอัตราดอกเบี้ย ซึ่งอาจทำให้ราคาเผชิญแรงขายออกมาเป็นระยะได้ นักลงทุนจึงต้องติดตามสถานการณ์ดังกล่าวอย่างใกล้ชิด พร้อมปรับสถานะการลงทุนให้ทันกับสถานการณ์อยู่เสมอ

ขอบขอบคุณ YLG

- Advertisement -

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.

This website uses cookies to improve your experience. We'll assume you're ok with this, but you can opt-out if you wish. Accept Read More