Gold Around
ข่าวสาร บทวิเคราะห์ ราคาทองคำ

บทวิเคราะห์ราคาทองคำ 17 ม.ค.65 by HGF

37

- Advertisement -

ทองปิดลบ นักลงทุนเริ่มขายทำกำไรก่อนวันหยุดยาวสุดสัปดาห์

ตลาดการเงินสหรัฐปิดทำการในวันมาร์ติน ลูเธอร์ คิง จูเนียร์

แนวโน้มราคาทองคำ Spot คาดปรับตัวลงสู่ระดับ 1,810 ดอลลาร์

  • ราคาทองคำ Spot เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาปรับตัวขึ้นระดับสูงสุดในรอบ 1 สัปดาห์ อย่างไรก็ตามช่วงท้ายปลายสัปดาห์เกิดแรงเทขายออกมา เนื่องจากนักลงทุนเริ่มขายทำกำไรก่อนวันหยุดยาวสุดสัปดาห์ โดยตลาดการเงินสหรัฐปิดทำการในวันจันทร์เนื่องในวันมาร์ติน ลูเธอร์ คิง จูเนียร์ นอกจากนี้สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐกลับมาแข็งค่า กดดันตลาดทองคำ หลังจากที่ดอลลาร์อ่อนค่าต่อเนื่องในระดับต่ำสุดในรอบ 2 เดือน ทางด้านกองทุน SPDR Gold Trust ขายทองคำสุทธิ 0.87 ตันจากสัปดาห์ก่อน
  • สัปดาห์นี้ติดตามดัชนีการผลิตรัฐนิวยอร์กเดือนม.ค. การอนุญาตก่อสร้างบ้านและการเริ่มก่อสร้างบ้านเดือนธ.ค.  ดัชนีกิจกรรมการผลิตของเฟดสาขาฟิลาเดลเฟียเดือนม.ค. จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์  ยอดขายบ้านมือสองเดือนธ.ค. และดัชนีชี้นำภาวะเศรษฐกิจเดือนธ.ค. โดย conference Board
  • แนวโน้มราคาทองคำ Spot คาดปรับตัวลงสู่ระดับ 1,810 ดอลลาร์ โดยมีแนวต้าน 1,830 ดอลลาร์ และ 1,840 ดอลลาร์ ขณะที่มีแนวรับที่ 1,810 ดอลลาร์ และ 1,800 ดอลลาร์

ราคาทองตลาดโลก

Closechg.SupportResistance
1,816.70-5.081,810/1,8001,830/1,840

ราคาทองแท่ง 96.5%

Closechg.SupportResistance
28,700+10028,600/28,50028,950/29,050

โกลด์ฟิวเจอร์ส

ClosechgSupportResistance
28,700-7028,660/28,58028,960/29,070

แนะนำเข้าซื้อเมื่อราคาทอง Spot ปรับลงมาที่ 1,800 ดอลลาร์ (GF 28,580 บาท) โดยมีจุดขายตัดขาดทุนที่ 1,790 ดอลลาร์ (GF 28,400 บาท)

โกลด์ออนไลน์ฟิวเจอร์

ClosechgSupportResistance
1,820.10-5.001,812/1,8021,832/1,842

แนะนำเข้าซื้อเมื่อราคา GOH22 ปรับลงมาที่ 1,802 ดอลลาร์ โดยมีจุดขายตัดขาดทุนที่ 1,792 ดอลลาร์

ค่าเงิน

ทิศทางค่าเงินบาทในสัปดาห์ที่ผ่านมาแข็งค่าต่อเนื่องตลอดสัปดาห์ โดยค่าเงินบาทแข็งค่าไปกว่า 1.10%  เนื่องจากสกุลเงินดอลลาร์อ่อนค่าในระดับต่ำสุดในรอบ 2 เดือน ในขณะที่แนวโน้มค่าเงินบาทระยะสั้นคาดอาจเห็นการกลับมาอ่อนค่าเล็กน้อย สำหรับ USD Futures เดือนมี.ค.65 คาดจะมีแนวรับที่ 33 บาท/ดอลลาร์ ขณะที่มีแนวต้านที่ 33.37 บาท/ดอลลาร์

News

CDC เผยโอมิครอนใกล้ครองสหรัฐครบ 100% แล้ว

          ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค (CDC) ของสหรัฐเปิดเผยว่า จำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอนในสหรัฐมีสัดส่วนมากกว่า 98% ของจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ในประเทศ  นางเจเน็ต วูดคอก รักษาการผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาสหรัฐ (FDA) กล่าวเตือนว่า “ประชากรส่วนใหญ่ในสหรัฐจะติดเชื้อโควิด-19 และเราต้องสร้างความมั่นใจว่าโรงพยาบาลจะยังคงสามารถรองรับผู้ป่วยได้”   ด้านนายแพทย์แอนโทนี เฟาชี แพทย์ใหญ่ประจำคณะทำงานด้านการควบคุมโรคโควิด-19 ของทำเนียบขาว กล่าวว่า “ในที่สุด แทบทุกคนในสหรัฐจะติดเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอน ท่ามกลางการแพร่ระบาดอย่างหนัก”            ทั้งนี้ ไวรัสสายพันธุ์โอมิครอนได้แพร่ระบาดอย่างรวดเร็ว และกลายเป็นสายพันธุ์หลักในสหรัฐ โดยสามารถแทนที่สายพันธุ์เดลตา หลังจากที่เริ่มมีการตรวจพบสายพันธุ์ดังกล่าวเป็นครั้งแรกในวันที่ 1 ธ.ค.2564

ศาลฎีกาสหรัฐระงับคำสั่งไบเดนบังคับธุรกิจขนาดใหญ่ฉีดวัคซีนให้พนักงาน

          ศาลฎีกาสหรัฐประกาศคำตัดสินให้ระงับคำสั่งของประธานาธิบดีโจ ไบเดนที่กำหนดให้ธุรกิจขนาดใหญ่ต้องให้พนักงานของตนฉีดวัคซีนหรือเข้ารับการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ในช่วงที่ยอดผู้ติดเชื้อพุ่งสูงขึ้น แม้ว่าจะยังอนุญาตให้บังคับใช้กฎการฉีดวัคซีนกับสถานบริการด้านสุขภาพได้   คำสั่งพิเศษดังกล่าวของปธน.ไบเดนเป็นที่โต้แย้งกันอย่างกันอย่างหนัก โดยเมื่อวันที่ 6 พ.ย. ศาลอุทธรณ์ภาคห้าแห่งสหรัฐได้ระงับการบังคับใช้คำสั่งพิเศษของปธน.ไบเดนที่กำหนดให้บริษัทต่าง ๆ ที่มีพนักงานมากกว่า 100 คนขึ้นไปต้องให้พนักงานเข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 แต่ต่อมาก็ได้มีคำตัดสินจากศาลอุทธรณ์ภาค 6 ของสหรัฐในเมืองซินซินนาติในวันที่ 17 ธ.ค. ให้คืนคำสั่งบังคับธุรกิจขนาดใหญ่ในสหรัฐต้องฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 หรือตรวจเชื้อโควิดให้กับพนักงาน     

เกาหลีเหนือลั่นตอบโต้แน่หากสหรัฐดำเนินมาตรการคว่ำบาตรปมนิวเคลียร์

          เกาหลีเหนือตอบโต้การคว่ำบาตรของสหรัฐ หลังเกาหลีเหนือทดสอบขีปนาวุธความเร็วเหนือเสียงซึ่งสร้างความกังวลด้านความปลอดภัย พร้อมให้คำมั่นว่า เกาหลีเหนือจะดำเนินการตอบโต้อย่างเข้มแข็งและชัดเจนขึ้นสำหรับความพยายามของสหรัฐในการยุติโครงการอาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ   สำนักข่าว KCNA ของทางการเกาหลีเหนือเปิดเผยแถลงการณ์ของกระทรวงต่างประเทศว่า การดำเนินการทดสอบขีปนาวุธความเร็วเหนือเสียง ซึ่งออกแบบมาเพื่อหลบเลี่ยงระบบการป้องกันขีปนาวุธที่มีอยู่นั้น เป็นสิทธิอันชอบธรรมตามกฎหมายของเกาหลีเหนือ พร้อมระบุว่า การคว่ำบาตรของสหรัฐต่อเกาหลีเหนือถือเป็นการยกระดับที่อันตราย      สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า แถลงการณ์จากกระทรวงต่างประเทศเกาหลีเหนือมักจะสงวนไว้สำหรับการส่งข้อความที่สำคัญที่สุดของเกาหลีเหนือแก่ประเทศอื่น ถ้อยแถลงดังกล่าวเพิ่มความตึงเครียด ขณะที่คณะบริหารของปธน.ไบเดนกำลังผลักดันให้นายคิม จองอึน ผู้นำสูงสุดเกาหลีเหนือ กลับเข้าสู่การเจรจาเพื่อปลดอาวุธนิวเคลียร์ที่หยุดชะงักไปเกือบ 3 ปี       อนึ่ง ที่ผ่านมาเกาหลีเหนือได้หลีกเลี่ยงการเจรจา ทั้งยังยกระดับการผลิตวัสดุฟิสไซล์สำหรับอาวุธนิวเคลียร์ และทดสอบระบบใหม่เพื่อปล่อยหัวรบนิวเคลียร์    แถลงการณ์ระบุว่า “สหรัฐจงใจทำให้สถานการณ์ทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น แม้กระทั่งดำเนินมาตรการคว่ำบาตร แทนที่จะรายงานเหตุการณ์ต่อคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) เท่านั้น”     ทั้งนี้ แถลงการณ์เสริมว่า “หากสหรัฐยังคงแสดงท่าทีเผชิญหน้าเช่นนี้ เกาหลีเหนือจะถูกบีบให้ต้องดำเนินการตอบโต้อย่างเข้มแข็งและชัดเจนขึ้น”

ขอขอบคุณ  : บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด(HGF)

- Advertisement -

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.

This website uses cookies to improve your experience. We'll assume you're ok with this, but you can opt-out if you wish. Accept Read More